| ผู้ธรรมสามีจงยับยั้ง มีความขวนขวายน้อยอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรมเถิด |
| พวกข้าพระองค์จักปรากฏด้วยการร้าวรานบาดหมางทะเลาะวิวาทกัน จึง |
| ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้วในเมืองพาราณสีได้มี |
| พระราชาครองแคว้นกาสีมีพระนามว่า พรหมทัต ดังนี้ แล้วตรัสเรื่อง |
| ที่พระเจ้าพรหมทัตชิงราชสมบัติของพระเจ้าทีฆีติโกศล จับพระเจ้าทีฆีติ |
| โกศลซึ่งปลอมพระองค์ซ่อนอยู่ ให้ปลงพระชนม์เสีย และเรื่องที่ทีฆาวุ |
| กุมารถวายชีวิตแก่พระเจ้าพรหมทัต แล้วสองกษัตริย์สามัคคีกันแต่นั้น |
| มา ตรัสสอนว่า ภิกษุทั้งหลาย พระราชาผู้ทรงมีอาชญามีศัสตรา ยัง |
| มีขันติโสรัจจะถึงเพียงนี้ พวกเธอบวชในธรรมวินัยที่เราตถาคตกล่าวดี |
| แล้วอย่างนี้ พึงมีขันติและโสรัจจะ ข้อนี้จะเป็นความงามในธรรมวินัยนี้ |
| แท้แล ตรัสห้ามถึงสองครั้งสามครั้งว่า อย่าเลยภิกษุทั้งหลาย อย่าร้าว |
| รานกันเลย ทรงเห็นว่าไม่ลดละกันได้ จึงทรงดำริว่า พวกโมฆบุรุษ |
| เหล่านี้ ถูกกิเลสหุ้มห่อ ยากที่จะรู้สำนึก จึงเสด็จหลีกไป วันรุ่งขึ้น |
| พระองค์เสด็จกลับจากบิณฑบาต ทรงพักในพระคันธกุฎีหน่อยหนึ่ง |
| ทรงเก็บเสนาสนะ ทรงบาตรและจีวรของพระองค์ ประทับในอากาศ |
| ท่ามกลางสงฆ์ ตรัสพระคาถาทั้งหลายนี้ว่า :- |
| คนพาลมีเสียงอื้ออึงเหมือนกันหมด แต่ |
| สักคนหนึ่งก็ไม่รู้สึกตนว่าเป็นคนพาล เมื่อ |