| ประโยชน์ให้สำเร็จ พึงเที่ยวไปแต่ผู้เดียว |
| เหมือนพระราชาทรงสละแว่นแคว้นเสด็จไป |
| แต่พระองค์เดียวฉะนั้น หรือเหมือนช้างมา- |
| ตังคะ เที่ยวไปในป่าแต่ผู้เดียวฉะนั้น. |
| การเที่ยวไปผู้เดียวประเสริฐกว่า เพราะ |
| คุณคือความเป็นสหาย ย่อมไม่มีในคนพาล |
| ควรเที่ยวไปผู้เดียวแลไม่ควรทำบาป เหมือน |
| ช้างมาตังคะมีความขวนขวายน้อย เที่ยวไปใน |
| ป่าแต่ผู้เดียวแลไม่ทำบาป ฉะนั้น. |
| ในพระคาถานั้น คนพาลชื่อว่ามีเรื่องอื้ออึงเพราะวิเคราะห์ว่า |
| มีเรื่องอึกทึกคือดังลั่น. บทว่า สมชฺโน คือเป็นคนที่เช่นเดียวกันหมดมี |
| คำที่ท่านอธิบายไว้ว่า คนที่ทำการทะเลาะกันนี้ทั้งหมดเทียว มีทั้งเสียง |
| อื้ออึงและเสมอเหมือนกัน เพราะเปล่งเสียงโดยรอบ |
| บทพระคาถาว่า น พาโล โกจิ มญฺถ ความว่า บรรดา |
| คนพาลเหล่านั้นใคร ๆ แม้สักคนหนึ่ง ก็ไม่รู้สึกว่าตนเป็นคนพาลทั้ง |
| หมดล้วนสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิตทั้งนั้น. อธิบายว่า คนผู้ทำการทะเลาะ |
| กันนี้ทั้งหมดนั่นแหละ ย่อมไม่รู้สึกว่าตนเป็นคนพาล. บทว่า นาญฺํ |
| ภิยฺโย อมญฺรุํ ความว่า ใคร ๆ แม้สักคนหนึ่ง ก็ไม่รู้สึกว่าตนเป็น |