๖๒๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๒๔
คนพาล   แลเมื่อสงฆ์แตกกันผู้อื่นแม้สักคนหนึ่ง   ก็ไม่รู้เหตุนี้โดยยิ่งว่า
สงฆ์แตกกันเพราะเหตุแห่งเรา.  บทว่า   ปริมุฏฺ€า  คือ  เป็นคนมีสติหลง
ลืม. บทว่า   ปณฺฑิตาภาสา   ความว่า     ชื่อว่าเป็นเช่นกับด้วยบัณฑิต
เพราะสำคัญตนว่าเป็นบัณฑิต    ท่านอาเทศราอักษรให้เป็นรัสสะ    ว่า
วาจาโคจร   ภาณิโน   ดังนี้    อธิบายว่า   มีวาจาเป็นอารมณ์   ไม่มีอริย-
ธรรมมีสติปัฏฐานเป็นต้นเป็นอารมณ์  และเป็นคนช่างพูด  คือช่างเจรจา
ถ้อยคำ.  บทว่า   ยาวิจฺฉนฺติ    มุขายามํ   ความว่า   ย่อมปรารถนาจะให้
เสียงออกจากปากอยู่เพียงใด      ก็ยืนเขย่งเท้าพูดตะโกนออกไปเพียงนั้น
อธิบายว่า      แม้สักคนหนึ่งก็ไม่กระทำการหุบปากเพราะเคารพในสงฆ์
บทว่า  เยน นีตา  ความว่า เขาถูกการทะเลาะใด  นำไปแล้วสู่ความเป็นผู้
ไม่มีความละอายนี้.  บทว่า  น  ตํ  วิทู   ความว่า   เขายังไม่รู้การทะเลาะ
นั้นว่า  การทะเลาะนี้มีโทษอย่างนี้. บทว่า  เย  จตํ   อุปนยฺหนฺติ   ความว่า
ชนเหล่าใดเข้าไปผูกความโกรธนั้น  คือที่มีอาการว่าคนโน้นได้ด่าเราดังนี้
เป็นต้น.  บทว่า  สนนฺตโน  แปลว่า  เป็นของเก่า. บทว่า   ปเร    เป็นต้น
ความว่า  คนที่ทำการทะเลาะกันนอกจากพวกบัณฑิต  คือพวกอื่น ๆ นอก
จากพวกบัณฑิตนั้น  ชื่อว่า ปเร. ปเรชนเหล่านั้นก่อความวุ่นวายขึ้นใน
ท่ามกลางสงฆ์นี้  ย่อมไม่รู้สึกว่าพวกเราจะพากันยุบยับ   จะพากันย่อยยับ
คือพวกเราจะพากันฉิบหาย  ได้แก่พวกเราจะพากันไปสู่ที่ใกล้คือสู่สำนัก
แห่งมัจจุราชเนือง ๆ. บทว่า   เย   จ    ตตฺถ  วิชานนฺติ    ความว่า     ส่วน
ชนเหล่าใดในหมู่นั้นผู้เป็นบัณฑิต    ย่อมรู้สึกได้ว่าพวกเราจะพากันไปสู่
หน้า ๖๒๓