๖๒๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๒๕
ที่ใกล้แห่งมัจจุราช.  บทว่า   ตโต  สมฺมนฺติ  เมธคา   ความว่า   ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย ก็ชนเหล่านั้นเมื่อรู้อย่างนี้   ยังการทำไว้ในใจโดยอุบายอัน
แยบคายให้เกิดขึ้นแล้ว.  ย่อมปฏิบัติเพื่อความเข้าไปสงบแห่งความหมาย
มั่นแห่งการทะเลาะกันได้.   บทว่า    อฏฺ€ิจฺฉินฺนา     ความว่า    พระผู้มี
พระภาคเจ้า  ตรัสพระคาถานี้  ทรงหมายถึงพระเจ้าพรหมทัตและทีฆาวุ-
กุมาร   แม้ทั้งของพระองค์นั้นก็ยังกลับสามัคคีกันได้   เหตุไรพวกเธอไม่
ได้ตัดกระดูกของมารดาบิดา    ไม่ได้ปลงชีวิตกัน   ไม่ได้ชิงทรัพย์สมบัติ
กัน  จึงไม่สามัคคีกันเล่า.
         ข้อนี้มีพระบรมพุทธาธิบายว่า   ภิกษุทั้งหลาย    พระราชาผู้ทรง
ถืออาชญาสิทธิ์ยังสามัคคีกัน  สมาคมกัน  ทำสัมพันธไมตรีกันด้วยอาวาห
และวิวาหมงคล  แล้วทรงดื่มและทรงเสวยร่วมกันได้ถึงเพียงนี้   พวกเธอ
บวชในศาสนาเห็นปานนี้     ย่อมไม่อาจเพื่อสลัดแม้สักว่าเวรของตนออก
ได้   อะไรเป็นภาวะแห่งภิกษุของพวกเธอเล่า.
         พระคาถาว่า   สเจ   ลเภถ  ดังนี้เป็นต้น   พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้เพื่อทรงแสดงถึงคุณของสหายผู้เป็นบัณฑิต  และโทษของสหายผู้
เป็นคนพาล.  บทว่า   อภิภุยฺย   สพฺพานิ   ปริสฺสยานิ   ความว่า   ควรชื่น
ชมมีสติเที่ยวไปกับสหายนั้น   จะครอบงำอันตรายที่ปรากฏและอันตราย
ที่ปิดบังทั้งปวงได้.  บทว่า    ราชาว   รฏฺ€ํ   วิชิตํ   ความว่า   พึงเที่ยวไป
ผู้เดียว      เหมือนพระราชามหาชนกและอรินทมราชา     ทรงสละแว่น
หน้า ๖๒๔