๖๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๔
           หม่อมฉัน.     ข้าแต่มหาราช     ขอพระองค์จง
           ทรงรอก่อน  หม่อมฉันจะขอบอกลาบิดา.
         คาถานั้น  มีเนื้อความว่า  พระราชาตรัสคำใดกะหม่อมฉัน  คำว่า
อาสงกานั้นนั่นแหละ  เป็นชื่อของหม่อมฉัน.
         พระราชา    ครั้นทรงสดับคำนั้นแล้ว     จึงได้เสด็จไปยังสำนัก
ของท่านดาบสทรงไหว้แล้ว   ตรัสว่า   ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ  ธิดาของ
พระคุณเจ้า    ชื่อว่า   อาสงกา.      พระมหาสัตว์   ครั้นได้ฟังคำนั้นแล้ว
จึงทูลว่า   ขอถวายพระพรมหาบพิตร   เริ่มแต่เวลาที่มหาบพิตร    ทรงรู้
จักชื่อแล้ว    ขอมหาบพิตรจงทรงรับนางไปเถิด.    พระองค์ทรงสดับคำ
นั้นแล้ว   ทรงไหว้พระมหาสัตว์เสด็จมายังวิมานแก้วผลึก    ตรัสว่า  น้อง
นางเอ๋ย     วันนี้บิดาได้ให้น้องแก่พี่แล้ว    มาเถิด   เราจักไปกันเดี๋ยวนี้.
นางได้ฟังดังนี้แล้ว   จึงทูลว่า  ข้าแต่มหาราชจงทรงรอก่อน   หม่อมฉัน
ขอบอกบิดาก่อน   แล้วลงจากปราสาทไหว้พระมหาสัตว์   ร่ำไห้ขอขมา-
โทษแล้วได้ไปยังราชสำนัก. พระราชาทรงพานางเสด็จไปนครพาราณสี
ประทับอยู่ครองกันด้วยความรัก   ทรงจำเริญด้วยพระราชโอรสและพระ-
ราชธิดา.      พระโพธิสัตว์ไม่เสื่อมจากฌาน     คือมรณภพแล้วเกิดใน
พรหมโลก.
         พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว   ทรงประกาศ
สัจจะแล้วทรงประชุมชาดกไว้.  ในเวลาจบสัจธรรม  ภิกษุผู้กระสันจะสึก
หน้า ๖๓