๖๒๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๓๑
อรรถกถามหาสุวราชชาดกที่  ๓
         พระศาสดาเมื่อประทับอยู่  ณ  พระวิหารเชตวัน      ทรงปรารภ
ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งจึงตรัสเรื่องนี้  มีคำเริ่มต้นว่า  ทุโม  ยถา  โหติ   ดังนี้.
         ได้ยินว่า    ภิกษุรูปนั้นเรียนพระกรรมฐานในสำนักพระศาสดา
แล้วไปอยู่ในป่าอาศัยบ้านชายแดนตำบลหนึ่ง       ในแคว้นโกศลชนบท
พวกมนุษย์ช่วยกันปลูกสร้างที่พักกลางคืนและที่พักกลางวันเป็นต้น  แล้ว
ทำเสนาสนะในที่เดินไปมาถวายภิกษุนั้น    บำรุงภิกษุนั้น    โดยเคารพ
เมื่อภิกษุนั้นจำพรรษา    เดือนแรกเกิดเพลิงไหม้บ้านนั้นขึ้น    แม้สักว่า
พืชของพวกมนุษย์ก็ไม่มีเหลือ      เขาจึงไม่อาจถวายบิณฑบาตที่ประณีต
แก่ภิกษุนั้นได้  เธอแม้จะอยู่ในเสนาสนะที่สบาย แต่ลำบากด้วยบิณฑบาต
จึงไม่สามารถจะให้มรรคหรือผลเกิดขึ้นได้   ครั้นกาลล่วงไปได้สามเดือน
เธอมาเฝ้าพระศาสดา      พระองค์ทรงทำปฏิสันถาร       แล้วตรัสถามว่า
ดูก่อนภิกษุ   เธอไม่ลำบากด้วยบิณฑบาตหรือ ?   เสนาสนะเป็นที่สบายดี
หรือ ?   ภิกษุรูปนั้นได้กราบทูลความนั้นให้ทรงทราบ   พระศาสดาครั้น
ทรงทราบว่า      เธอมีเสนาสนะเป็นที่สบาย     จึงตรัสว่า     ดูก่อนภิกษุ
ธรรมดาสมณะ     เมื่อมีเสนาสนะเป็นที่สบายแล้ว     ก็ควรละความโลภ
อาหารเสีย  ยินดีฉันตามที่ได้มานั่นแหละ กระทำสมณธรรมไป โบราณก-
บัณฑิตทั้งหลาย   แม้เกิดเป็นสัตว์ดิรัจฉาน    เคี้ยวผงแห้งในต้นไม้ที่ตน
อยู่อาศัย   ยังละความโลภอาหาร    มีความสันโดษ   ไม่ทำลายมิตรธรรม
หน้า ๖๓๐