๖๔๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๔๖
พวกเราแม้จะรู้ว่าต้นไม้นี้ไม่มีผล   ก็ต้องรักษาไมตรีไว้ให้เหมือนดังแต่
ก่อนไมตรียังมีอยู่ตราบใด       พวกเราก็จะไม่ทำลายไมตรีนั้นตราบนั้น
เพราะผู้ทำลายไมตรีไม่ใช่คนดี   ไม่ชื่อว่าสัตบุรุษ.    บทว่า     โอปตฺตํ
ความว่า    หมดไปคือไม่มีใบ   ได้แก่มีใบร่วงแล้ว.    บทว่า   กึ    โทสํ
ปสฺสเส   ความว่า  นกเหล่าอื่นพากันละต้นไม้นั้นไปในที่อื่น  ท่านเห็น
โทษอะไรในการไปอย่างนี้.   บทว่า   เย  ผลตฺถา   ความว่า  นกเหล่าใด
คบหาคือเข้าไปหา    เพราะต้องการผลไม้คือเพราะผลไม้เป็นเหตุ   ครั้น
รู้ว่าต้นไม้นั้นไม่มีผล    ก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไป.   บทว่า     อตฺตตฺถปญฺา
ความว่า    นกเหล่านั้นชื่อว่ามีปัญญาที่เห็นแก่ตัว    เพราะมีปัญญาเพื่อ
ประโยชน์ของตน   คือมีปัญญาที่ตั้งอยู่ในตนเท่านั้นโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น
บทว่า   ปกฺขปาติโน   ความว่า    นกเหล่านั้นเมื่อหวังแต่ความเจริญเพื่อ
ตนเท่านั้น  ย่อมยังฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป   คือให้พินาศไป   เพราะ
เหตุนั้น   จึงชื่อว่าเป็นผู้มักทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป   อีกอย่างหนึ่ง
ชื่อว่าเป็นผู้ทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป       เพราะอรรถว่าตกไปใน
ฝักใฝ่ของตนเท่านั้น    ดังนี้ก็ได้.    บทว่า    อปิ   นาม   นํ    ความว่า
ข้าแต่พญาหงส์     ถ้ามโนรสของข้าพเจ้าพึงสำเร็จและพรที่ท่านให้แล้ว
พึงสำเร็จไซร้        ทำไฉนข้าพเจ้าจะพึงเห็นต้นไม้นี้กลับมีใบมีผลได้อีก
แต่นั้นข้าพเจ้าจะยินดีกะต้นไม้นั้น  คือพอเห็นต้นไม้นั้นเท่านั้นก็จะปลื้ม
ใจอย่างที่สุด  เหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ฉะนั้น.    บทว่า    อมตมาทาย
หน้า ๖๔๕