๖๔๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๕๑
รอยพระโพธิญาณ   เพราะอาศัยกิเลสชนิดนี้   จึงไม่อาจจะดำรงสติอยู่ได้
ยังต้องเสื่อมไปจากฌาน.   ดังนี้แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก   ดัง
ต่อไปนี้ :-
         ในอดีตกาล    เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติ  อยู่ในนคร
พาราณสี.   พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลพราหมณ์ผู้มีสมบัติ  ๘๐ โกฏิใน
นิคมแห่งหนึ่ง      มารดาบิดาได้ขนานนามให้พระองค์ว่า      หาริตกุมาร
เพราะพระองค์มีผิวเหลืองดังทอง  กุมารนั้นครั้นเจริญวัยแล้วสำเร็จการ-
ศึกษาที่เมืองตักกศิลา  รวบรวมทรัพย์ไว้   ครั้นมารดาบิดาล่วงลับไปแล้ว
ได้ตรวจตราดูทรัพย์สมบัติได้ความคิดขึ้นว่า  ทรัพย์เท่านั้นที่ยังปรากฏอยู่
ส่วนผู้ทำให้ทรัพย์เกิดขึ้นหาปรากฏอยู่ไม่    แม้เราก็จะต้องแหลกละเอียด
ไปในปากแห่งความตาย   ดังนี้  กลัวต่อมรณภัย  ได้ให้ทานเป็นการใหญ่
แล้วเข้าไปยังหิมวันตประเทศบวชเป็นฤาษี       ในวันที่ ๗ ได้อภิญญา  ๕
และสมาบัติ  ๘     มีเผือกมันและผลไม้ในป่าเป็นอาหาร   ดำรงชีพอยู่ใน
ที่นั้นเป็นเวลานาน ต้องการจะเสพอาหารที่มีรสเค็ม รสเปรี้ยว จึงลงจาก
บรรพตไปโดยลำดับ    ถึงพระนครพาราณสี  เข้าไปอยู่ในสวนหลวง  วัน
รุ่งขึ้นเที่ยวภิกขาจารในพระนครพระราณสี       บรรลุถึงพระลานหลวง
พระราชาทอดพระเนตรเห็นดาบสนั้นมีพระทัยเลื่อมใส   รับสั่งให้นิมนด์
นั่งบนราชบัลลังก์ภายใต้เศวตฉัตร      ให้ฉันโภชนะที่มีรสอันเลิศต่าง ๆ
เมื่อดาบสฉันแล้วอนุโมทนาจบลง  พระองค์ยิ่งทรงเลื่อมใสมากขึ้น   ตรัส
หน้า ๖๕๐