๖๕๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๕๔
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า    กจฺเจตํ    เป็นต้น   ความว่า   คำที่
โยมได้ยินว่า    พระมหาริตดาบสบริโภคกาม  ดังนี้นั้น   เป็นคำเปล่า   คือ
เป็นคำไม่จริงกระมัง   ท่านยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่แลหรือ ?
         พระดาบสคิดว่า   เมื่อเราทูลว่า  เราไม่ได้บริโภคกาม  พระราชา
นี้ก็จักทรงเชื่อเราเท่านั้น    แต่ว่าในโลกนี้    ขึ้นชื่อว่าที่พึ่งที่เช่นกับความ
สัตย์ไม่มี     เพราะว่าผู้ที่ทิ้งความสัตย์เสียแล้ว     ย่อมไม่สามารถจะนั่งที่
โพธิบัลลังก์บรรลุพระโพธิญาณได้     เราควรกล่าวแต่ความสัตย์เท่านั้น.
จริงอยู่ปาณาติบาตก็ดี   อทินนาทานก็ดี    กาเมสุมิจฉาจารก็ดี    สุราบาน
ก็ดี   ย่อมมีแก่พระโพธิสัตว์ได้บ้างในฐานะบางอย่าง      แต่มุสาวาทที่มุ่ง
กล่าวให้คลาดเคลื่อนหักประโยชน์เสีย      ย่อมไม่มีแก่พระโพธิสัตว์เลย
ฉะนั้น   เมื่อพระดาบสจะกล่าวความสัตย์   จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
                        ขอถวายพระพร   มหาบพิตร  พระองค์ได้
           ทรงสดับถ้อยคำมาแล้วอย่างใด      ถ้อยคำนั้น
           เป็นจริงอย่างนั้น   อาตมภาพเป็นผู้หมกมุ่นอยู่
           ในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความหลง  เดินทางผิด
           แล้ว.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   โมหเนยฺเยสุ    คือ   ในกามคุณ
จริงอยู่ชาวโลกทั้งหลาย  ย่อมลุ่มหลงกามคุณ   เพราะเหตุนั้น  กามคุณ
ท่านจึงเรียกว่า   โมหเนยยะ.
หน้า ๖๕๓