| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยตฺถ เป็นต้น ความว่า เมื่อกิเลส |
| เหล่าใดถึงการรึงรัดแล้ว ปัญญาก็ย่อมไม่ได้การหยั่งถึง คือการตั้งอยู่ |
| เหมือนคนตกลงไปในห้วงน้ำใหญ่ ฉะนั้น. |
| พระราชาได้ทรงสดับดังนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๕ ว่า :- |
| โยมได้ยกย่องท่านแล้วอย่างนี้ว่า หาริต- |
| ดาบสเป็นพระอรหันต์ สมบูรณ์ด้วยศีล ประ- |
| พฤติบริสุทธิ์ เป็นบัณฑิต มีปัญญาแท้. |
| บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า อิติ โน สมฺมโต ความว่า |
| โยมได้ยกย่อง คือได้สรรเสริญท่านแล้วอย่างนี้. |
| หาริตดาบสได้ฟังดังนั้นแล้ว ได้กล่าวคาถาที่ ๖ ต่อจากนั้นว่า :- |
| ข้าแต่มหาบพิตร วิตกอันลามก เป็น |
| ไปด้วยการยึดถือนิมิตรว่างาม ประกอบด้วย |
| ความกำหนัด ย่อมเบียดเบียนแม้ผู้มีปัญญา |
| ผู้ยินดี แล้วในคุณธรรมของฤาษี. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุภา คือ เป็นไปแล้วด้วยการยึดถือ |
| นิมิตรว่างาม. |
| ลำดับนั้น พระราชาเมื่อจะให้หาริตดาบสเกิดอุตสาหะในการ |
| ละกิเลส จึงตรัสคาถาที่ ๗ ว่า :- |