๖๖๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๖๓
โดยที่ทารกนั้นไม่รู้เลย   ทารกนั้นก็มิได้ถามที่ไปของบิดา   เดินไปโดย
สังเกตรอยเท้าของบิดา  ได้ไปยินอยู่ที่สำนักของบิดา.
         อยู่มาวันหนึ่ง   บิดาได้ถามทารกนั้นว่า   ลูกรัก   เมื่อพ่อไปก็ไป
โดยมิให้เจ้ารู้     แต่เจ้ารู้ที่ไปของพ่อได้อย่างไร ?     เขากล่าวตอบบิดาว่า
พ่อจ๋า  ฉันจำรอยเท้าของพ่อได้  ฉันฉลาดในการสังเกตรอยเท้า.   ลำดับ
นั้น   บิดาของเขาต้องการจะทดลองอีก   เมื่อบริโภคอาหารเช้าแล้ว ออก
จากเรือนไปยังเรือนของผู้ที่คุ้นเคยซึ่งอยู่ติด ๆ กัน     แล้วออกจากเรือน
นั้นไปยังเรือนที่ ๓         ออกจากเรือนที่  ๓  มายังประตูเรือนของตนอีก
แล้วออกจากประตูเรือนของตนไปยังประตูเมืองทิศอุดร    ออกประตูนั้น
อ้อมเมืองไปทางซ้าย  ไปถึงพระเชตวันวิหาร  ถวายบังคมพระศาสดาแล้ว
นั่งฟังธรรมอยู่. ทารกถามพวกบ้านว่า พ่อฉันไปไหน เมื่อได้รับคำตอบว่า
ไม่ทราบ   จึงได้สังเกตรอยเท้าของบิดา     ตั้งต้นแต่เรือนของผู้ที่คุ้นเคยซึ่ง
อยู่ติด ๆ กัน ไปตามทางที่บิดาไปนั่นแหละ จนถึงพระเชตวันวิหาร  ถวาย
บังคมพระศาสดาแล้วไปยืนอยู่ใกล้ ๆ บิดา   เมื่อบิดาถามว่า   ลูกรัก   เจ้า
รู้ว่าพ่อมาในที่นี้หรือ ?   เขาตอบว่า    ฉันจำรอยเท้าพ่อไปจึงได้มา   โดย
สังเกตรอยเท้า. พระศาสดาตรัสถามว่า  พูดอะไรกันอุบาสก ?  เมื่อกุฎุมพี
กราบทูลว่า   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ    เด็กคนนี้ฉลาดสังเกตรอยเท้า    ข้า
พระองค์ทดลองเด็กนี้จึงได้มาโดยอุบายนี้     แลเด็กนี้ครั้นไม่เห็นข้าพระ-
องค์ในเรือน   ได้มาโดยสังเกตรอยเท้าข้าพระองค์   จึงตรัสว่า    อุบาสก
หน้า ๖๖๒