๖๖๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๖๕
กินเนื้อมนุษย์   เวลาที่นางจะไปไหนนางได้เอาหินแผ่นปิดประตูถ้ำ
ก่อนแล้วจึงไป  เพราะกลัวพราหมณ์จะหนี   เมื่อเขา ๒ คนอยู่กันอย่าง
ปรีดาปราโมทย์เช่นนี้    พระโพธิสัตว์เคลื่อนจากฐานะที่พระองค์เกิดมา
ถือปฏิสนธิในครรภ์ของนางยักษิณีนั้น   เพราะอาศัยพราหมณ์   พอล่วง
ไปได้ ๑๐ เดือน  นางยักษิณีก็คลอดบุตร  นางได้มีความสิเนหาในบุตรและ
พราหมณ์มา    ได้เลี้ยงดูคนทั้ง ๒ เป็นอย่าง     ต่อมาเมื่อบุตรเจริญวัย
แล้ว     นางยักษิณีได้ให้บุตรเข้าไปภายในถ้ำพร้อมกับบิดาแล้วปิดประตู
เสีย   ครั้นวันหนึ่ง   พระโพธิสัตว์รู้ว่านางยักษิณีนั้นไปแล้ว   จึงได้เอาศิลา
ออกพาบิดาไปข้างนอก   นางยักษิณีมาถามว่า   ใครเอาศิลาออก   เมื่อ
พระโพธิสัตว์ตอบว่า  ฉันเอาออกจ้ะแม่   ฉันไม่สามารถนั่งอยู่ในที่มืด นาง
ก็มิได้ว่าอะไรเพราะรักบุตร.
         อยู่มาวันหนึ่ง  พระโพธิสัตว์ถามบิดาว่า  พ่อจ๋า   เหตุไรหน้าของ
แม่ฉันจึงไม่เหมือนหน้าของพ่อ.    พราหมณ์ผู้เป็นบิดากล่าวว่า    ลูกรัก
แม่ของเจ้าเป็นยักษิณีที่กินเนื้อมนุษย์  เราสองพ่อลูกนี้เป็นมนุษย์.   พระ-
โพธิสัตว์กล่าวว่า   พ่อจ๋า   ถ้าเช่นนั้นเราจะอยู่ในที่นี้ทำไม   ไปเถิดพ่อ
เราไปแดนมนุษย์กันเถิด.   พราหมณ์ผู้เป็นบิดากล่าวว่า   ลูกรัก   ถ้าเราหนี
แม่ของเจ้าก็จักฆ่าเราทั้งสองเสีย   พระโพธิสัตว์พูดเอาใจบิดาว่า   อย่ากลัว
เลยพ่อ  ฉันรับภาระพาพ่อไปให้ถึงแดนมนุษย์.     ครั้นวันรุ่งขึ้น     เมื่อ
มารดาไปแล้วได้พาบิดาหนี       นางยักษิณีกลับมาไม่เห็นคนทั้ง ๒ นั้น
หน้า ๖๖๔