๖๖๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๖๗
ตนไปแล้ว   จึงยืนอยู่ที่นั้นเอง  วิงวอนบุตรและสามีว่า  ลูกรัก  เจ้าจงพา
พ่อกลับมา    แม่มีความผิดอะไรหรือ ?  อะไร ๆ ไม่สมบูรณ์แก่พวกท่าน
เพราะอาศัยเราหรือ ?  กลับมาเถิด  ผัวรัก  ดังนี้.  ลำดับนั้น พราหมณ์ได้
ข้ามแม่น้ำไปแล้ว นางยักษิณีวิงวอนบุตรว่า  ลูกรัก  เจ้าอย่าได้ทำอย่างนี้
เจ้าจงกลับมาเถิด.   พระโพธิสัตว์กล่าวว่า   แม่     ฉันและพ่อเป็นมนุษย์
แม่เป็นยักษิณี   ฉันไม่อาจอยู่ในสำนักของแม่ได้ตลอดกาล   ฉะนั้นฉัน
กับพ่อจักไม่กลับ. นางยักษิณีถามว่า  เจ้าจักไม่กลับหรือลูกรัก. พระโพธิ-
สัตว์ตอบว่า  ใช่  ลูกจะไม่กลับดอกแม่   นางยักษิณีกล่าวว่า   ลูกรัก   ถ้า
เจ้าจักไม่กลับก็ตามเถิด   ขึ้นชื่อว่าชีวิตในโลกนี้เป็นของยาก   คนที่ไม่รู้
ศิลปวิทยาไม่อาจที่จะดำรงชีพอยู่ได้      แม่รู้วิชาอย่างหนึ่งชื่อจินดามณี
ด้วยอานุภาพของวิชานี้      อาจที่จะติดตามรอยเท้าของผู้ที่หายไปแล้วสิ้น
๑๒  ปีเป็นที่สุด   วิชานี้จักเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตเจ้า   ลูกรัก   เจ้าจงเรียน
มนต์อันหาค่ามิได้นี้ไว้    ว่าดังนั้นแล้วทั้ง ๆ ที่ถูกความทุกข์เห็นปานนั้น
ครอบงำ  นางก็ได้สอนมนต์ให้ด้วยความรักลูก.  พระโพธิสัตว์ยืนอยู่ใน
แม่น้ำนั่นเอง.   ไหว้มารดาแล้วประณมมือเรียนมนต์   ครั้นเรียนได้แล้ว
ได้ไหว้มารดาอีก  แล้วกล่าวว่า  แม่      ขอแม่จงไปเถิด  นางยักษิณีกล่าว
ว่า   ลูกรัก   เมื่อเจ้าและพ่อของเจ้าไม่กลับ   ชีวิตของแม่ก็จักไม่มี   แล้ว
กล่าวคาถาว่า :-
                        ลูกรัก    เจ้าจงมาหาแม่  จงกลับไปอยู่กับ
หน้า ๖๖๖