๖๖๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๖๘
           แม่เถิด    อย่าทำให้แม่ไม่มีที่พึ่งเลย    เมื่อแม่
           ไม่ได้เห็นลูกก็ต้องตายในวันนี้.
         ครั้นกล่าวแล้ว  นางยักษิณีได้ทุบหน้าอกของตนเอง.  ทันใดนั้น
หทัยของนางได้แตกทำลาย   เพราะความเศร้าโศกถึงบุตร.  นางตายแล้ว
ล้มลงไปในที่นั้นนั่นเอง.  ขณะนั้นพระโพธิสัตว์ทราบว่ามารดาตาย  จึง
เรียกบิดาไปใกล้มารดาแล้วทำเชิงตะกอนเผาศพมารดา      ครั้นเผาเสร็จ
แล้วได้บูชาด้วยดอกไม้นานาชนิด  พลางร้องไห้คร่ำครวญพาบิดาไปนคร
พาราณสี    ยืนอยู่ที่ประตูพระราชนิเวศน์ให้กราบทูลแด่พระเจ้าพาราณ-
สีว่า    มีมาณพผู้ฉลาดสังเกตรอยเท้ามายืนอยู่ที่พระทวารขอเข้าเฝ้า เมื่อ
ได้รับเชื้อเชิญว่า   ถ้าเช่นนั้นจงเข้ามาเถิด    ได้เข้าไปถวายบังคมพระเจ้า
พาราณสี     เมื่อพระองค์ตรัสถามว่า   นี่แน่ะเจ้า   เจ้ารู้ศิลปวิทยาอะไร ?
จึงกราบทูลว่า  ข้าแต่พระองค์  ข้าพระองค์รูวิชาที่สามารถไปตามรอยเท้า
แล้วจับคนที่ลักสิ่งของไปแล้วนานถึง  ๑๒  ปีได้.    พระเจ้าพาราณสีตรัส
ว่า    ถ้าเช่นนั้นท่านจงรับราชการอยู่กับเรา.    พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า
เมื่อข้าพระองค์ได้รับพระราชทานทรัพย์วันละพัน             จึงจะขอรับ
ราชการ      พระเจ้าพาราณสีตรัสว่า    ดีแล้วพ่อ    เจ้าจงรับราชการเถิด
พระเจ้าพาราณสีรับสั่งให้พระราชทานทรัพย์วันละพันทุกวันแล้ว.
         อยู่มาวัน ๑      ปุโรหิตกราบทูลพระเจ้าพาราณสีว่า   ข้าแต่พระ-
มหาราชเจ้า.  เราทั้หลายไม่รู้ว่ามาณพนั้นจะมีศิลปะนั้นหรือไม่มี  เพราะ
หน้า ๖๖๗