๖๖๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๗๐
นิเวศน์  ๓  ครั้ง   แล้วไปใกล้กำแพงตามรอยเท้านั่นแหละ  ยืนบนกำแพง
แล้วกล่าวว่า  ข้าแต่พระมหาราชเจ้าพ้นจากำแพงในที่นี้ไปแล้วรอยเท้า
ปรากฏในอากาศ    ขอพระองค์จงพระราชทานบันได    แล้วให้พาดบันได
ลงทางปลายกำแพง    ไปศาลยุติธรรมตามรอยเท้านั้นแหละ     แล้วเดิน
กลับมายังพระราชนิเวศน์อีก     ให้พาดบันไดแล้วลงทางปลายกำแพงไป
สระโบกขณีเดินเวียนขวาสระโบกขรณี  ๓ ครั้ง  แล้วกราบทูลว่า  ข้าแต่
พระมหาราชเจ้า   พวกโจรลงสระโบกขรณีนี้    แล้วลงไปนำสิ่งของซึ่งดุจ
ตนวางไว้เองมาถวายพระเจ้าพาราณสี   แล้วกราบทูลว่า  ข้าแต่พระมหา-
ราชเจ้า   โจร ๒  คนนี้เป็นมหาโจรที่พระองค์ทรงรู้จักดี  จึงได้ขึ้นพระ-
ราชนิเวศน์ตามทางนี้   มหาชนพากันชื่นชมยินดีต่างก็ปรบมือกันยกให้
บางพวกก็ยกผ้าขึ้นโบก.
         พระราชาทรงพระดำริว่า  มาณพนี้เดินไปโดยสังเกตรอยเท้าเห็น
จะรู้แต่ตำแหน่งสิ่งของที่พวกโจรวางไว้เท่านั้น  แต่ไม่อาจจับโจรได้ที่นั้น
พระราชาจึงได้ตรัสกะพระโพธิสัตว์ว่า    เจ้านำสิ่งของที่พวกโจรลักไปมา
ให้เราได้    แต่ไม่อาจจับพวกโจรมาให้เราได้    พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พวกโจรอยู่ในที่นี้ แหละมิได้อยู่ไกลเลย พระราชา
มีพระดำรัสว่า    ใครเป็นโจร  ใครเป็นโจร ?  พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า
ข้าแต่มหาราชเจ้า  ผู้ใดย่อมอยากได้อยู่ผู้นั่นแหละเป็นโจร  เมื่อได้สิ่งของ
ของพระองค์มาแล้ว  จะประโยชน์อะไรด้วยพวกโจรอีกเล่า   ขอพระองค์
อย่าได้ถามถึงเลย.   พระราชามีรับสั่งว่า   นี่แน่ะเจ้า   เราให้ทรัพย์แก่เจ้า
หน้า ๖๖๙