๖๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๘
หมู่แร้งห้อมล้อมอาศัยอยู่บนเขาคิชฌกูฏ. ส่วนลูกของมันชื่อมิคาโลปะ มี
กำลังสมบูรณ์.  มันบินสูงมาก  เลยแดนของแร้งตัวอื่น ๆ ไปแร้งทั้งหลาย
บอกแก่พระยาแร้งว่า   ลูกของท่านบินไปไกลเหลือเกิน.    แร้งอปรัณได้
ฟังดังนั้นแล้ว    จึงเรียกลูกมาถามว่า   ลูกเอ๋ย     ได้ยินว่าเจ้าบินสูงมาก
ผู้บินสูงมากจักถึงความสิ้นชีวิต   แล้วได้กล่าวคาถา  ๓  คาถาไว้ว่า :-
                        ดูก่อนพ่อมิคาโลปะ  พ่อไม่มีความพอใจ
           ที่เจ้าบินไปอย่างนั้น  ลูกเอ๋ยเจ้าบินสูงมาก  เจ้า
           คบหาที่ไม่ใช่ถิ่นลูกเอ๋ย.     แผ่นดินปรากฏแก่
           เจ้า   เป็นเสมือนนาแปลง  ๔  เหลี่ยม   เมื่อใด
           เมื่อนั้นเจ้าจงกลับลงมา    อย่าบินเลยนี้ขึ้นไป.
           นกแม้เหล่าอันที่มีปีกเป็นยานพาหนะ   บินไป
           ในอากาศมีอยู่  พวกมันถูกกำลังแรงของลมพัด
           ไปสำคัญตนว่า  เป็นเสมือนสิ่งที่ยั่งยืนทั้งหลาย
           ได้พินาศไปแล้วมากต่อมาก.
         พึงทราบวินิจฉัยในบทเหล่านั้น     แร้งพ่อเรียกลูกโดยชื่อว่ามิค-
โลปะ.    บทว่า   อตุจฺจํ   ตาต   คจฺฉสิ   ความว่า   ลูกเอ๋ย   เจ้าอย่าบิน
สูงจนเลยแดนของแร้งเหล่าอื่น.     แร้งพ่อบอกแดนแก่ลูก    ด้วยคำนี้ว่า
จตุกฺกณฺณํว    เกทารํ  คือ  เหมือนนาแปลง  ๔  เหลี่ยม.   มีอธิบายไว้ว่า
หน้า ๖๗