๖๖๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๗๑
วันละพันทุกวันเจ้าจงจับพวกโจรมาให้เรา.         พระโพธิสัตว์กราบทูล
ว่า   ข้าแต่มหาราชเจ้า   ทรัพย์ที่หายไปพระองค์ก็ได้แล้ว    จะประโยชน์
อะไรด้วยพวกโจรอีกเลย.   พระราชามีรับสั่งว่า   นี่แน่ะเจ้า    เราได้พวก
โจรเหมาะกว่าได้ทรัพย์  พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า  ข้าแต่พระมหาราชเจ้า
ถ้าเช่นนั้น   ข้าพระองค์จักไม่กราบทูลแต่พระองค์ว่า  คนเหล่านี้เป็นโจร
แต่จักนำเรื่องที่เป็นไปแล้วในอดีตมากราบทูลพระองค์    ถ้าพระองค์ทรง
พระปรีชาก็จะทรงทราบเรื่องนั้น   ครั้นกราบทูลดังนี้แล้ว ได้นำเอาเรื่อง
ในอดีตมาสาธก   ดังต่อไปนี้.
         ข้าแต่มหาราชเจ้า  ในอดีตกาล   มีมาณพนักฟ้อนคนหนึ่ง   ชื่อ
ปาฏลี  อยู่ในบ้านน้อยริมฝั่งแม่น้ำไม่ไกลพระนครพาราณสีนัก  วัน ๑
มีการมหรสพ    เขาพาภรรยาไปพระนครพาราณสี    ฟ้อนรำขับร้องได้
ทรัพย์   ครั้นเลิกการมหรสพแล้ว   ได้ซื้อสุราอาหารเป็นจำนวนมากเดิน
กลับบ้านของตน     ถึงฝั่งแม่น้ำเห็นน้ำใหม่กำลังไหลมา      จึงนั่งบริโภค
อาหารดื่มสุราเมาจนไม่รู้กำลังของตน  เอาพิณใหญ่ผูกคอแล้วลงน้ำจับมือ
ภรรยาพูดว่า    เราไปกันเถิด    แล้วว่ายข้ามแม่น้ำไป.    น้ำได้เข้าไปตาม
ช่องพิณ.  ครานั้น  พิณนั้นได้ถ่วงเขาจมลงในน้ำ.   ฝ่ายภริยาของเขารู้ว่า
สามีจมน้ำ   จึงสลัดเขาขึ้นไปยืนอยู่บนฝั่ง.   มาณพนักฟ้อนจมน้ำผลุบ-
โผล่ ๆ อยู่    ดื่มน้ำเข้าไปจนเต็มท้อง   ลำดับนั้น   ภรรยาของเขาจึงคิดว่า
สามีของเราจักตายในบัดนี้     เราจักขอเพลงขับไว้สักบท  ๑      เอาไว้ขับ
หน้า ๖๗๐