๖๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๙
ลูกเอ๋ย  เมื่อผืนแผ่นดินใหญ่นี้เป็นเสมือนนาแปลง ๔  เหลี่ยมสำหรับเจ้า
คือปรากฏเป็นเหมือนขนาดเล็กอย่างนั้น    เมื่อนั้นเจ้าควรกลับ    จากที่
ประมาณเท่านี้ อย่าไปเลยนี้.  บทว่า สนฺติ   อญฺเปิ   เป็นต้น    ความว่า
แร้งพ่อแสดงว่า  ไม่ใช่เจ้าตัวเดียวเท่านั้นไม่ไป    แม้แร้งตัวอื่น ๆ   ก็ทำ
อย่างนี้มาแล้ว.   บทว่า  อุกฺขิตฺตา   ความว่า   แม้พวกเขาบินเลยแดนของ
พวกเราไป ถูกแรงลมตีสาบสูญไปแล้ว. บทว่า  สสฺสตีสมา  มีอธิบายว่า
พวกมันสำคัญตนว่า    เป็นผู้เสมอด้วยแผ่นดินและภูเขาทั้งหลายที่ยั่งยืน
แม้อายุของตนมีประมาณพันปี   ยังไม่เต็มบริบูรณ์   ก็พินาศไปแล้ว  ใน
ระหว่าง.
         ฝ่ายมิคาโลปะไม่ทำตามโอวาท ไม่เชื่อฟังคำพ่อบินทะยานขึ้นเห็น
เขตแดนตามที่พ่อบอกไว้แล้ว   แต่ก็บินเลยเขตแดนนั้นไปให้ลมกาลวาต
สิ้นไปทะลุลมแม้เหล่านั้น     แล่นเข้าสู่ปากทางลมเวรัมภวาต.      จึงถูก
เวรัมภวาตตีมัน.   มันเพียงแต่ถูกลมเหล่านั้น    ก็แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้น
น้อย   อันตรธานไปในอากาศนั่นเอง.  ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวไว้ว่า:-
                        แร้งมิคาโลปะ    ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ
           แร้งแก่ชื่ออปรัณผู้เป็นพ่อ   บินเลยลมกาลวาต
           ไป   ตกอยู่ในอำนาจของลมเวรัมภวาต.    เมื่อ
           แร้งมิคาโลปะไม่ปฏิบัติตามโอวาท ทั้งลูกทั้งเมีย
หน้า ๖๘