| ของพระราชาผู้รักษาสัตว์ทั้งปวง ขอพระองค์จงทรงทราบว่า คนชื่อโน้น |
| เป็นโจร ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าข้า. พระราชาได้ทรงสดับดังนั้นจึงตรัส |
| ว่า นี่แน่ะเจ้า เราไม่ทราบเหตุที่ควรและไม่ควร เจ้าจงชี้ตัวโจร |
| ให้เถิด หรือว่าตัวเจ้าเองเป็นโจร พระราชาทรงรบเร้ามาณพอยู่เนือง ๆ |
| ด้วยประการดังว่ามานี้. |
| ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ได้กราบทูลพระราชาอย่างนี้ว่า ข้าแต่ |
| พระมหาราชเจ้า พระองค์จะให้ข้าพระองค์ชี้ตัวโจรอย่างเดียวเท่านั้น |
| มิใช่หรือ ? พระราชาตรัสว่า ถูกแล้วเธอ พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า |
| ถ้าเช่นนั้น ข้าพระองค์จักประกาศในท่ามกลางบริษัทว่า คนโน้นด้วย |
| คนนี้ด้วยเป็นโจร พระราชาตรัสว่า จงทำอย่างนั้นเถิด เธอ พระ- |
| โพธิสัตว์ได้สดับพระราชดำรัสดังนั้นแล้วคิดว่า พระราชานี้ไม่ให้เรา |
| รักษาพระองค์ไว้ ฉะนั้นเราจักจับโจรในบัดนี้ คิดดังนี้แล้วจึงป่าว |
| ประกาศเรียกประชุมชาวนิคมชนบท แล้วกล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- |
| ขอชาวชนบทและชาวนิคมผู้มาประชุม |
| กันแล้ว จงฟังข้าพเจ้า น้ำมีในที่ใด ไฟก็มีใน |
| ที่นั้น ความเกษมสำราญบังเกิดขึ้นแต่ที่ใด |
| ภัยก็บังเกิดขึ้นแต่ที่นั้น พระราชากับพราหมณ์ |
| ปุโรหิตพากันปล้นรัฐเสียเอง ท่านทั้งหลาย |