๖๘๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๖๘๘
กัสสปกุมารคิดว่า  สหายของเราเป็นพระราชา  บัดนี้  คงจักพระราชทาน
ความเป็นใหญ่    ประโยชน์อะไรด้วยความเป็นใหญ่สำหรับเรา    เราจัก
ลามารดาบิดาและพระราชาแล้วบวช   ครั้นเขาคิดดังนี้แล้ว   จึงได้ถวาย
บังคมลาพระราชาและลามารดาบิดา เข้าดินแดนหิมพานต์  บวชเป็นฤาษี
ในวันที่  ๗ ได้อภิญญาและสมาบัติ  เลี้ยงชีพอยู่ด้วยการเที่ยวแสวงหาผล
ไม้     คนทั้งหลายพากันเรียกท่านซึ่งเป็นบรรพชิตว่า     โลมสกัสสปะ
ท่านเป็นดาบสที่มีอินทรีย์สงบระงับอย่างยิ่ง    มีตบะแรงกล้า     ภพของ
ท้าวสักกเทวราชหวั่นไหวด้วยเดชแห่งตบะของดาบสนั้น         ลำดับนั้น
ท้าวสักกเทวราชทรงพิจารณาดูเห็นเหตุดังนั้นแล้ว  ทรงดำริว่า  ดาบสนี้
มีเดชสูงนัก    จะทำเราให้เคลื่อนจากความเป็นท้าวสักกะ    เราจักร่วมมือ
กับพระเจ้าพาราณสี     ทำลายตบะของดาบสนั้นเสีย      ครานั้นท้าวเธอ
ได้เสด็จเข้าไปยังห้องสิริไสยาสน์ของพระเจ้าพาราณสีในเวลาเที่ยงคืน
แสดงอานุภาพของท้าวสักกะ    บันดาลห้องทั้งหมดให้สว่างด้วยรัศมีแห่ง
พระสรีระ    ลอยอยู่ในอากาศในสำนักของพระราชา    ปลุกพระราชาว่า
ตื่นขึ้นเถิดมหาราช   เมื่อพระราชาตรัสถามว่า   ท่านเป็นใคร   ตรัสตอบ
ว่า   เราคือท้าวสักกะ    ตรัสถามว่า   ท่านมาเพื่ออะไร ?  ตรัสย้อนถามว่า
มหาราช   ท่านจะปรารถนาความเป็นเอกราชในชมพูทวีปทั้งสิ้น   หรือ
ไม่ปรารถนา ?   ตรัสตอบว่า    ทำไมจึงจะไม่ปรารถนาเล่า.    ลำดับนั้น
ท้าวสักกเทวราช    จึงตรัสกะพระราชาว่า    ถ้าเช่นนั้น    พระองค์จงนำ
โลมสกัสสปดาบสมาบูชาปสุฆาตยัญ       พระองค์จะเสมอด้วยท้าวสักกะ
หน้า ๖๘๗