๗๐๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๗๐๙
           ติเตียนผู้นั้น   ผู้นั้นถูกสภาวธรรมตนเองติเตียน
           แล้ว   ก็ย่อมละทิ้งวรรณะ   และกำลังเสีย.
                        ถ้าผู้ใดบริโภคอาหาร     แม้จะนิดหน่อย
           ซึ่งเป็นของเย็น    ไม่เบียดเบียนผู้อื่นถึงสาหัส
           ในกาลนั้น      กำลังกายและวรรณะ     ย่อมมีแก่
           ผู้นั้น วรรณะทั้งปวงจะได้มีแก่ผู้นั้น   ด้วยอาหาร
           มีประการต่าง  ๆ  เท่านั้นก็หาไม่.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า    อสุทฺธภกฺโขสิ    ความว่า    ท่าน
ชื่อว่าเป็นผู้กินอาหารไม่บริสุทธิ์    เพราะลักเขากินขโมยเขากิน. บทว่า
ขณานุปาตี  คือ  มักโฉบลงในขณะที่เขาเผลอ.  สองบทว่า  กิจฺเฉน  เต
ความว่า  ท่านนั้นจะได้กินข้าวและน้ำก็โดยยาก.    บทว่า    มํสานิ  วา
ความว่า   หรือเนื้อเหล่าใดที่มีอยู่ในท่ามกลางป่าช้า  เนื้อเหล่านั้นท่านก็
ไม่ยินดี.  บทว่า     ตโต  เท่ากับ   ปจฺฉา   แปลว่า    ภายหลัง.  หลายบทว่า
อุปกฺโกสติ   นํ   สภาโว   คือ  ตนนั่นแล  ย่อมติเตียนบุคคลผู้นั้น.   บทว่า
อุปกฺกุฏฺโ€    ความว่า   บุคคลผู้นั้นถูกตนเองบ้าง    ถูกผู้อื่นบ้างติเตียนแล้ว
คือ  ตำหนิแล้วย่อมละทิ้งวรรณะและกำลังเสีย   เพราะเป็นผู้มีความเดือด-
ร้อน.   สองบทว่า   นิพฺพุตึ   ภุญฺชติ   ยทิ   ความว่า    ก็ผิว่าผู้ใดบริโภค
อาการแม้เพียงเล็กน้อย  ซึ่งได้มาโดยธรรมชื่อว่าเป็นของเย็น  ไม่เบียด-
เบียนผู้อื่น.   สองบทว่า   ตทสฺส   โหติ   ความว่า  ในกาลนั้น  กำลังกาย
หน้า ๗๐๘