| ติเตียนผู้นั้น ผู้นั้นถูกสภาวธรรมตนเองติเตียน |
| แล้ว ก็ย่อมละทิ้งวรรณะ และกำลังเสีย. |
| ถ้าผู้ใดบริโภคอาหาร แม้จะนิดหน่อย |
| ซึ่งเป็นของเย็น ไม่เบียดเบียนผู้อื่นถึงสาหัส |
| ในกาลนั้น กำลังกายและวรรณะ ย่อมมีแก่ |
| ผู้นั้น วรรณะทั้งปวงจะได้มีแก่ผู้นั้น ด้วยอาหาร |
| มีประการต่าง ๆ เท่านั้นก็หาไม่. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสุทฺธภกฺโขสิ ความว่า ท่าน |
| ชื่อว่าเป็นผู้กินอาหารไม่บริสุทธิ์ เพราะลักเขากินขโมยเขากิน. บทว่า |
| ขณานุปาตี คือ มักโฉบลงในขณะที่เขาเผลอ. สองบทว่า กิจฺเฉน เต |
| ความว่า ท่านนั้นจะได้กินข้าวและน้ำก็โดยยาก. บทว่า มํสานิ วา |
| ความว่า หรือเนื้อเหล่าใดที่มีอยู่ในท่ามกลางป่าช้า เนื้อเหล่านั้นท่านก็ |
| ไม่ยินดี. บทว่า ตโต เท่ากับ ปจฺฉา แปลว่า ภายหลัง. หลายบทว่า |
| อุปกฺโกสติ นํ สภาโว คือ ตนนั่นแล ย่อมติเตียนบุคคลผู้นั้น. บทว่า |
| อุปกฺกุฏฺโ ความว่า บุคคลผู้นั้นถูกตนเองบ้าง ถูกผู้อื่นบ้างติเตียนแล้ว |
| คือ ตำหนิแล้วย่อมละทิ้งวรรณะและกำลังเสีย เพราะเป็นผู้มีความเดือด- |
| ร้อน. สองบทว่า นิพฺพุตึ ภุญฺชติ ยทิ ความว่า ก็ผิว่าผู้ใดบริโภค |
| อาการแม้เพียงเล็กน้อย ซึ่งได้มาโดยธรรมชื่อว่าเป็นของเย็น ไม่เบียด- |
| เบียนผู้อื่น. สองบทว่า ตทสฺส โหติ ความว่า ในกาลนั้น กำลังกาย |