๗๓๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๗๓๘
         ในที่นี้มีอภิสัมพุทธคาถาดังนี้ว่า :-
                        บัณฑิตไม่ควรชะเง้อมองในกาลอันไม่ควร
           ควรมองดูแต่ในกาลอันควร    ผู้ใดชะเง้อมอง
           ในกาลอันไม่ควร   ผู้นั้นย่อมซบเซา  เหมือน
           สุนัขจิ้งจอกชื่อปูติมังสะ  ฉะนั้น.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  อกาเล  ได้แก่ ในกาลที่จิตตุปบาท
เกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งศุภนิมิตร  เพราะปรารภกามคุณ  กาลนี้แลชื่อว่า
กาลอันไม่ควรที่ภิกษุจะพึงแลดูรูป.      บทว่า   กาเล  ได้แก่   ในกาลที่
กำหนดถือเอารูปด้วยสามารถแห่งอศุภนิมิตร    ด้วยสามารถแห่งอนุสสติ
หรือด้วยสามารถแห่งกสิณ    กาลนี้แลชื่อว่ากาลอันควรที่ภิกษุจะพึงแลดู
รูป.
         ในกาลทั้งสองนั้น  ชนทั้งหลายที่แลดูรูปในกาลที่มีความกำหนัด
ย่อมถึงมหาพินาศ  ดังนั้น.   คำว่า  ในกาลอันไม่ควรบัณฑิตพึงเปรียบ-
เทียบด้วยชาดกทั้งหลายมีหริตจชาดกและโลมสกัสสปชาดกเป็นต้น ชนที่
แลดูรูปด้วยสามารถแห่งอศุภนิมิตรย่อมดำรงอยู่ในพระอรหัตผล  ดังนั้น
คำว่า  ในกาลอันควร   บัณฑิตพึงเปรียบเทียบด้วยเรื่องพระติสสเถระผู้-
เจริญอสุภกรรมฐาน.    บทว่า    ปูติมํโสว    ปชฺฌาติ    ความว่า     ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย  สุนัขจิ้งจอกชื่อปูติมังสะชะเง้อดูแม่แพะในกาลอันไม่ควร
หน้า ๗๓๗