| ที่ต่อเนื่องด้วยการกระทำของเขา. บทว่า อสฺสุ เท่ากับ อสฺโสสึ |
| แปลว่า ได้ฟังแล้ว. บทว่า ยถา อยํ ความว่า แม้กลุ่มขนนกกระทา |
| นั้นยังปรากฏอยู่ในระหว่างชฎาของบุรุษนั้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงทราบ |
| ข้อนั้นว่า บุรุษนี้แหละฆ่านกกระทานั้น. บทว่า คาโว หตา กึ ปน |
| ททฺทรสฺส ความว่า แม้โคทั้งหลาย บุรุษนี้ก็ได้ฆ่าแล้ว การที่นกกระทา |
| จะไม่ถูกบุรุษนี้ฆ่าจะมีได้อย่างไร เพราะฉะนั้น บุรุษนี้ต้องฆ่านกกระทา |
| แน่. |
| ราชสีห์ถามบุรุษนั้นว่า ท่านฆ่านกกระทาบัณฑิตหรือ ? บุรุษ |
| ตอบว่า ถูกแล้วท่าน ราชสีห์ได้ฟังดาบสนั้นรับตามจริง ก็อยากจะ |
| ปล่อยดาบสนั้นไป แต่พระยาเสือโคร่งกล่าวว่า คนเลวเช่นนี้ ควรให้ตาย |
| เสีย แล้วก็เข้ากัดดาบสนั้นด้วยเขี้ยวให้ตาย แล้วขุดหลุมฝังไว้ในที่นั้น |
| เอง มาณพทั้งหลายมาไม่เห็นนกกระทาบัณฑิต ก็พากันร้องไห้คร่ำ |
| ครวญกลับไป. |
| พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า |
| ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในกาลก่อนพระเทวทัตก็พยายามฆ่าเราอย่างนี้ |
| ดังนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า ชฎิล คือดาบสลามกในกาลนั้น ได้มา |
| เป็นพระเทวทัตในบัดนี้ นางเหี้ยได้มาเป็นนางกีสาโคตมี เสือโคร่ง |
| ได้มาเป็นพระโมคคัลลานะ ราชสีห์ได้มาเป็นพระสารีบุตร อาจารย์ |
| ทิศาปาโมกข์ได้มาเป็นพระกัสสปะ นกกระทาบัณฑิตได้มาเป็นเราตถาคต |
| ฉะนี้แล. |
| จบ อรรถกถาติตติรชาดกที่ ๑๒ |