๗๖๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๗๖๒
         ฝ่ายมารดาของเขาคิดว่า   วันนี้ลูกของเราฟังธรรมแล้ว   จักพา
พระเถระผู้ธรรมกถึกมาแต่เช้าทีเดียว   จึงตกแต่งข้าวยาคูเป็นต้น   แล้ว
ปูลาดอาสนะไว้คอยท่าอยู่   ครั้นเห็นเขามาคนเดียว   จึงถามว่า   ลูกรัก
เจ้าไม่ได้นำพระธรรมกถึกมาหรือ ?     เมื่อเขากล่าวว่า    ฉันไม่ต้องการ
พระธรรมกถึก   จึงกล่าวว่า  ถ้าเช่นนั้นลูกจงดื่มข้าวยาคูเถิด  เขากล่าวว่า
แม่รับว่าจะให้ทรัพย์พันหนึ่งแก่ฉัน   แม่จะให้ทรัพย์แก่ฉันก่อน  ฉันจัก
ดื่มภายหลัง      มารดากล่าวว่า        ดื่มเถิดลูกรัก      แล้วแม่จักให้ทีหลัง
เขากล่าวว่า   ฉันต้องได้รับทรัพย์ก่อนจึงจะดื่ม    ลำดับนั้น    มารดาได้
เอาห่อทรัพย์พันหนึ่งวางไว้ต่อหน้าเขา        เขาดื่มข้าวยาคูแล้วถือเอาห่อ
ทรัพย์พันหนึ่งไปทำการค้าขาย        ในไม่ช้านักก็เกิดทรัพย์ขึ้นถึงแสน
สองหมื่น.        ลำดับนั้น   เขาได้มีความคิดดังนี้ว่า  เราจักต่อเรือทำการ
ค้าขาย     ครั้นเขาต่อเรือแล้วได้กล่าวกะมารดาว่า       แม่  ฉันจักทำการ
ค้าขายทางเรือ  ครั้งนั้น  มารดาได้ห้ามเขาว่า ลูกรัก  เจ้าเป็นลูกคนเดียว
ของแม่    แม้ในเรือนนี้ก็มีทรัพย์อยู่มาก    ทะเลมีโทษไม่น้อยเจ้าอย่าไป
เลย   เขากล่าวว่า   ฉันจักไปให้ได้  แม่ไม่มีอำนาจที่จะห้ามฉัน   แม้เมื่อ
มารดากล่าวว่า  ลูกรัก  แม่ต้องห้ามเจ้า  แล้วจับมือเอาไว้   ก็สลัดมือผลัก
มารดาให้ล้มลง   แล้วข้ามไปลงเรือแล่นไปในทะเล.
         ครั้นถึงวันที่  ๗  เรือได้หยุดนิ่งอยู่บนหลังน้ำกลางทะเล   เพราะ
มิตตวินทุกะเป็นเหตุ      สลากกาลกัณณีที่แจกไปได้ตกในมือของมิตต-
หน้า ๗๖๑