๗๖๑    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๗๖๓
วินทุกะคนเดียวถึงสามครั้ง   ครั้งนั้น   พวกที่ไปด้วยกันได้ผูกแพให้เขา
แล้วโยนเขาลงทะเล  โดยที่คิดเห็นร่วมกันว่า  คนเป็นจำนวนมากอย่ามา
พินาศเสีย  เพราะอาศัยนายมิตตวินทุกะนี้คนเดียวเลย   ทันใดนั้นเรือได้
แล่นไปในมหาสมุทรโดยเร็ว   มิตตวินทุกะนอนไปในแพลอยไปถึงเกาะ
น้อยแห่งหนึ่ง   บนเกาะน้อยนั้นเขาได้พบนางชนี  คือนางเวมานิกเปรต
๔ นาง    อยู่ในวิมานแก้วผลึก     นางเปรตเหล่านั้นเสวยทุกข์   ๗   วัน
เสวยสุข ๗ วัน    มิตตวินทุกะได้เสวยทิพยสมบัติอยู่กับนางเปรตเหล่านั้น
๗  วันในสาระสุข   ครั้นถึงวาระที่จะเปลี่ยนไปทนทุกข์   นางทั้ง   ๒  ได้
สั่งว่า   นาย  พวกฉันจักมาในวันที่   ๗   ท่านอย่ากระสันไปเลย  จงอยู่ใน
ที่นี้จนกว่าพวกฉันจะมา  ดังนี้แล้วพากันไป   มิตตวินทุกะเป็นคนตกอยู่
ในอำนาจของตัณหา    ลงนอนบนแพนั้นลอยไปตามหลังสมุทรอีก   ถึง
เกาะน้อยอีกแห่งหนึ่ง ได้พบนางเปรต ๘ นาง ในวิมานเงินบนเกาะนั้น
ได้พบนางเปรต  ๑๖  นาง  ในวิมานแก้วมณีบนเกาะอีกแห่งหนึ่ง  ได้พบ
นางเปรต   ๓๒ นาง ในวิมานทองบนเกาะอีกแห่งหนึ่ง โดยอุบายนี้แหละ
ได้เสวยทิพยสมบัติ  อยู่กับนางเปรตเหล่านั้นทุก ๆ เกาะ        ดังกล่าวแล้ว
เมื่อถึงเวลาที่นางเปรตแม้เหล่านั้นไปทนทุกข์   ได้นอนบนหลังแพลอย
ไปตามห้วงสมุทรอีก     ได้พบเมือง ๆ หนึ่งมีกำแพงล้อมรอบ     มีประตู
๔  ด้าน  ได้ยินว่าที่นี่เป็นอุสสทนรกเป็นที่เสวยกรรมกรณ์ของเหล่าสัตว์
นรกเป็นจำนวนมาก     แต่ได้ปรากฏแก่มิตตวินทุกะเหมือนเป็นเมืองที่
หน้า ๗๖๒