๗๖๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๗๖๘
ความว่า    ครั้นเรือหยุดนิ่งแล้วเพราะอาศัยท่านเป็นเหตุ    แม้ถูกพวกที่
ไปด้วยกันผูกแพให้แล้วโยนลงทะเล   ท่านยังได้หญิง  ๔  คน   ในวิมาน
แก้วผลึก       เพราะอานิสงส์แห่งอุโบสถกรรมที่ตนได้กระทำในวันหนึ่ง
เพราะอาศัยมารดา     ต่อจากนั้นก็ได้ให้หญิงอีก  ๘  คน  ในวิมานเงิน
๖ คน  ในวิมานแก้วมณี  และ ๓๒ คน ในวิมานทอง. บทว่า   อติจฺฉํ
จกฺกมาสโท  ความว่า ถึงกะนั้น ท่านก็ยังไม่ยินดีด้วยปัจจัยตามที่ได้ ชื่อว่า
เป็นผู้ปรารถนามากเกินไป      เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยความปรารถนา
เกินความจำเป็น   กล่าวคือ   ความอยากยิ่งอันเป็นเครื่องเกินเลยสิ่งที่ตน
ได้มาแล้ว ๆ อย่างนี้ว่า   เราจักได้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ในสิ่งนี้     ดังนี้จักว่าเป็น
บุคคลเลวทราม   เพราะความที่อุโบสถกรรมนั้นสิ้นแล้ว   จึงได้ผ่านพ้น
หญิง ๓๒ คน  แล้วมาสู่เปรตนครนี้  เพราะวิบากแห่งอกุศลกรรมคือการ
ทำร้ายมารดานั้น จึงได้ประสบจักรนี้   บาลีว่า  อตฺริจฺฉํ   ดังนี้ก็มี   ความว่า
ปรารถนาอยู่ในสิ่งนี้บ้างสิ่งนั้นบ้าง   บาลีว่า  อตฺริจฺฉา  ดังนี้ก็มี   ความว่า
เพราะปรารถนาเกินเลยไป.   บทว่า   ภมติ   ความว่า   บัดนี้    จักรนี้บด
ศีรษะของท่านนั้นอยู่   ชื่อว่า   พัดผันบนศีรษะของคนที่ถูกความอยาก
ครอบงำแล้ว   ดุจจักรของนายช่างหม้อฉะนั้น.   บทคาถาว่า   เย   จ   ตํ
อนุคิชฺฌนฺติ    ความว่า   ขึ้นชื่อว่าความอยากนั้น   เมื่อแผ่ไปย่อมเป็น
ของสูงใหญ่ไพศาล   ยากที่จะเต็มได้ดุจทะเล   ชื่อว่า  มักให้ถึงความวิบัติ
เพราะความปรารถนาอันเป็นเครื่องปรารถนาอารมณ์นั้น ๆ    ในบรรดา
อารมณ์มีรูปเป็นต้น   ชนเหล่าใดย่อมยินดีไปตามความอยากเห็นปานนี้
หน้า ๗๖๗