| นั้น คือเป็นผู้กำหนัดยินดีติดอยู่บ่อย ๆ. บทว่า เต โหนฺติ จกฺกธาริโน |
| ความว่า ชนเหล่านั้นไปอยู่อย่างนี้ ชื่อว่า ย่อมทรงไว้ซึ่งจักรกรด. บทว่า |
| พหุภณฺฑํ คือละทรัพย์เป็นอันมาก อันเป็นของมารดาบิดา. บทว่า |
| มคฺคํ ความว่า ชนแม้เหล่าอื่นเหล่าใดไม่ใคร่ครวญ คือไม่คิดอ่าน |
| เหตุการณ์นั้นให้ถ่องแท้ เหมือนท่านไม่พิจารณาหนทางสมุทรอันมี |
| สิทธิน้อยที่ตนจะต้องไปแล้วเดินทางไป ชนเหล่านั้นเป็นผู้ตกอยู่ใน |
| อำนาจของความอยาก ละทรัพย์แล้วไม่พิจารณาทางที่จะไป แล้วดำเนิน |
| ไป ย่อมเป็นผู้ทรงจักรไว้เหมือนท่าน บทว่า กมฺมํ สเมกฺเขยฺย |
| ความว่า เพราะเหตุนั้น บุรุษผู้เป็นบัณฑิตพึงเพ่งพินิจ คือพึงพิจารณา |
| ถึงกิจการงานที่ตนจะต้องทำว่ามีโทษหรือไม่หนอ. บทว่า วิปุลญฺจ โภคํ |
| คือพึงเพ่งพินิจแม้กองแห่งทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบธรรมของตน. บทว่า |
| นาติวเตยฺย ความว่า บุคคลผู้เช่นนั้นจะไม่ถูกจักรนี้พัดผันคือทับยี |
| บาลีว่า นาติวตฺเตติ ดังนี้ก็มี ความว่า ย่อมไม่ทับยี. |
| มิตตวินทุกะได้ฟังดังนั้นแล้วคิดว่า เทวบุตรนี้รู้กรรมที่เราทำไว้ |
| โดยถ่องแท้ เทวบุตรนี้คงจะรู้กำหนดกาลที่เราจะหมกไหม้อยู่ เราจะ |
| ถามท่านดู ดังนี้แล้ว จึงได้กล่าวคาถาที่ ๙ ว่า :- |
| ข้าแต่ท่านผู้น่าบูชา จักรกรดจักตั้งอยู่ |
| บนศีรษะของข้าพเจ้านานสักเท่าไรหนอ จะ |