๗๗๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๗๗๘
เสีย   เมื่อมหาชนกำลังร้องไห้คร่ำครวญถึงอยู่   เขาได้ออกจากเมือง  เข้า
หิมวันตประเทศบวชเป็นฤาษี    เที่ยวแลดูภูมิภาคที่น่ารื่นรมย์เพื่อเป็นที่
อยู่ของตน    ได้มาถึงที่ที่ตถาคตยืนอยู่ตรงนี้     คิดว่า  เราจักอยู่ในที่นี้.
ดังนี้แล้วจึงอธิษฐานเอาต้นอินทวารุณพฤกษ์ต้นหนึ่งเป็นที่อยู่ที่กิน    อยู่
ณ   โคนต้นไม้นั้น ได้ละเสนาสนะภายในบ้านเสีย  ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร
ไม่สร้างบรรณศาลา   ถือการอยู่โคนต้นไม้เป็นวัตรบ้าง   ถือการอยู่ที่แจ้ง
เป็นวัตรบ้าง  ถือการไม่นอนเป็นวัตรบ้าง    ถ้าจะนอนก็นอนบนพื้นดิน
เท่านั้น   คือการใช้ฟันเป็นดังสาก   ใช้ฟันเคี้ยวอย่างเดียว    เคี้ยวกินแต่
ของที่ไม่สุกด้วยไฟ ไม่เคี้ยวกินของอะไร ๆ ที่มีแกลบหุ้ม  บริโภคอาหาร
วันละครั้งเท่านั้นยับยั้งอยู่เหนือแผ่นดิน   ทำตนเสมอด้วย   ดิน  น้ำ  ไฟ
ลม   สมาทานธุดงคคุณมีประมาณเท่านี้อยู่  ได้ยินว่า ในชาดกนี้  พระ-
โพธิสัตว์เป็นผู้มักน้อยอย่างยิ่ง      ต่อมาไม่นานนักท่านก็ได้อภิญญาและ
สมาบัติ   เล่นฌานเพลิดเพลินอยู่   ณ  ที่นั้น   แม้ต้องการผลาหารก็ไม่ไป
ที่อื่น  เมื่อต้นไม้ผลิผลก็กินผล    เมื่อผลิดอกก็กินดอก  เมื่อมีใบก็กินใบ
เมื่อใบไม้ไม่มีก็กินเสก็ดไม้      ท่านเป็นผู้สันโดษอย่างยิ่งถึงเพียงนี้    อยู่
ในสถานที่นี้นาน  เวลาเช้าวันหนึ่งท่านเก็บผลไม้สุก   เมื่อจะเก็บก็มิได้มี
ความโลภเที่ยวเก็บในที่อื่น   คงนั่งอยู่ที่เดิมนั่นแหละ    เหยียดมือไปเก็บ
ผลไม้ที่พอมือถึง   บรรดาผลไม้เหล่านั้น    ท่านก็มิได้เลือกว่าชอบใจหรือ
ไม่ชอบใจ  แล้วแต่ถึงมือก็เก็บเอามา  ด้วยเดชแห่งศีลของท่านซึ่งสันโดษ
หน้า ๗๗๗