| ของท่านเศรษฐี พร้อมกับด้วยการเห็นนั่นเอง ด้วยเหตุนั้นนั่นแหละ |
| ท่านจึงกล่าวว่า เธอเป็นใคร ? อีกอย่างหนึ่ง ศัพท์ว่า กา จ ตฺวํ |
| ได้แก่เจ้าเป็นใครล่ะ ? นี้นั่นแหละเป็นปาฐะบาลีเดิม. |
| กาลกรรณีเทพธิดาได้ยินคำนั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- |
| ดิฉันเป็นธิดาของท้าววิรูปักษ์มหาราช |
| เป็นผู้โหดเหี้ยม ดิฉันคือนางกาลีผู้ไร้ปัญญา |
| เทพทั้งหลายรู้จักดิฉันว่า ชื่อกาลกรรณี ท่าน |
| เป็นผู้ที่ดิฉันขอโอกาสแล้ว ขอจงให้ดิฉัน |
| ขอพักอยู่ในสำนักของท่าน. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จณฺฑิยา คือมักโกรธ อธิบายว่า |
| คนทั้งหลายตั้งชื่อดิฉันว่า จัณฑี เพราะเป็นคนมักโกรธ. บทว่า |
| อลกฺขิกา ได้แก่ผู้ไม่มีปัญญา. บทว่า มํ วิทู ความว่า เทพทั้งหลาย |
| ในเทวโลกชั้นจาตุมมหาราชิกา รู้จักดิฉันด้วยประการอย่างนี้. บทว่า |
| วเสมุ ความว่า วันนี้ดิฉันขออยู่ในสำนักของท่านคืนหนึ่ง ขอท่านจง |
| ให้โอกาสแก่ดิฉันในการนั่งและนอนบนที่ที่ไม่เปรอะเปื้อนแห่งหนึ่งเถิด |
| ดังนี้. |
| พระโพธิสัตว์ ครั้นได้ยินคำนั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า:- |