๗๘๖    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๗๘๘
ลงอาบน้ำ    ลำดับนั้น   นักเลงคน  ๑     เอากระต่ายนั้นวางไว้บนศีรษะ
แล้วลงอาบน้ำ   บุรุษชาวบ้านขึ้นมาแล้ว  เมื่อไม่เห็นกระต่าย   จึงมองหา
ข้างโน้นข้างนี้    นักเลงเห็นดังนั้นจึงถามบุรุษนั้นว่า   มองหาอะไรท่านผู้
เจริญ.   บุรุษชาวบ้านนั้นตอบว่า   ข้าพเจ้าวางกระต่ายไว้ตรงนี้      แต่ไม่
เห็นกระต่ายนั้น.   นักเลงจึงกล่าวว่า   แน่ะอันธพาล  ท่านไม่รู้ดอกหรือ
ว่า  ชื่อว่ากระต่ายทั้งหลาย  ที่บุคคลวางไว้ที่ฝั่งแม่น้ำย่อมหนีไปได้   ท่าน
ดูซิ  ฉันยังต้องเอากระต่ายของตนวางไว้บนศีรษะอาบน้ำด้วยเลย.   บุรุษ
ชาวบ้านเข้าใจว่า  จักเป็นอย่างนั้น   เพราะความที่ตนเป็นผู้ไม่มีปฏิภาณ.
จึงหลีกไป ในข้อนี้   พึงเล่าเรื่องที่เขารับเอาลูกเนื้อด้วยเงิน ๑   กหาปณะ
ให้ลูกเนื้อนั้นอีก   แล้วจึงรับเอาเนื้อ   ซึ่งมีราคา  ๒  กหาปณะ.
         บทว่า    ทิสฺสติ   โลภธมฺเมสุ    ความว่า   ข้าแต่ท้าวสักกะ  บาป
ธรรมทั้งหลายมีโลภะเป็นต้นเหล่านี้   มีปรากฏอยู่ในสภาวะคือความโลภ
ทั้งหลาย  คือ  ในสัตว์ทั้งหลายถูกความโลภครอบงำแล้ว      เพราะว่า
สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่โลภแล้ว.   ย่อมไม่กระทำกรรมเห็นปานนี้  ความโลภมี
โทษมากมายอย่างนี้    เพราะเหตุนั้น   ข้าพเจ้าจึงไม่ชอบใจความโลภ.
         บทว่า    เสฺนหสงฺคนฺถิตา   คนฺถา  ความว่า   กิเลสเครื่องร้อยรัด
กายคืออภิชฌาทั้งหลาย  ซึ่งเป็นไปอยู่ในอารมณ์ทั้งหลายมีประการต่าง ๆ
ถูกสิเนหาอันมีความติดอยู่ในอารมณ์ทั้งหลายเป็นลักษณะร้อยรัดแล้ว
คือสืบต่อแล้วด้วยสามารถแห่งการเกิดขึ้นบ่อย ๆ  ดุจดอกไม้ทั้งหลายที่
เขาร้อยไว้ด้วยด้าย   ฉะนั้น.
หน้า ๗๘๗