๗๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๑
เป็นใหญ่จงเป็นของเราคนเดียว     หวงแหนสมบัติของตนไม่ได้แก่ผู้อื่น
แม้หยดน้ำมันด้วยปลายหญ้า      เป็นผู้ประกอบด้วยลักษณะของฝ่ายคน
เกเร  ไม่ให้สิ่งของ ๆ ตนแก่ผู้อื่น   กินของ ๆ คนอื่นอย่างเดียวด้วยอุบาย
วิธีนั้น ๆ    ทรัพย์หรือข้าวเปลือกที่ชายใดได้มาแล้ว   ย่อมพินาศไปไม่คง
อยู่   คือชายใดเป็นนักเลงสุราบ้าง  เป็นนักเลงการพนันบ้าง  เป็นนักเลง
หญิงบ้าง      ยังทรัพย์ที่ได้มาแล้วให้พินาศไปถ่ายเดียว      ชายคนนี้นั้น
ผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติเหล่านี้  เป็นที่ใคร่  คือเป็นที่รักได้แก่เป็นที่ชอบ
ใจของฉัน   ฉันให้คนแบบนี้ให้ตั้งอยู่ในดวงใจของฉัน.
         ลำดับนั้น   นางจึงได้กล่าวคาถาที่  ๕  ที่   ๖  และที่   ๗  ด้วยตน
นั่นแหละว่า :-
                        คนมักโกรธ   มักผูกโกรธ  พูดส่อเสียด
           ทำลายความสามัคคี      มีวาจาเป็นเสี้ยนหนาม
           หยาบคาย       เขาเป็นที่รักใคร่ของดิฉันยิ่งกว่า
           นั้นอีก.      ชายผู้ไม่เข้าใจประโยชน์ของตนว่า
           ทำวันนี้  พรุ่งนี้  ถูกตักเตือนอยู่ก็โกรธ  ดูหมิ่น
           ความดีของผู้อื่น.   ชายผู้ที่ถูกความคะนองรบเร้า
           พรากจากมิตรทั้งหมด    เป็นที่รักใคร่ของดิฉัน
           ดิฉันไม่มีความทุกข์ร้อนในเขา.
หน้า ๘๐