| เป็นใหญ่จงเป็นของเราคนเดียว หวงแหนสมบัติของตนไม่ได้แก่ผู้อื่น |
| แม้หยดน้ำมันด้วยปลายหญ้า เป็นผู้ประกอบด้วยลักษณะของฝ่ายคน |
| เกเร ไม่ให้สิ่งของ ๆ ตนแก่ผู้อื่น กินของ ๆ คนอื่นอย่างเดียวด้วยอุบาย |
| วิธีนั้น ๆ ทรัพย์หรือข้าวเปลือกที่ชายใดได้มาแล้ว ย่อมพินาศไปไม่คง |
| อยู่ คือชายใดเป็นนักเลงสุราบ้าง เป็นนักเลงการพนันบ้าง เป็นนักเลง |
| หญิงบ้าง ยังทรัพย์ที่ได้มาแล้วให้พินาศไปถ่ายเดียว ชายคนนี้นั้น |
| ผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เป็นที่ใคร่ คือเป็นที่รักได้แก่เป็นที่ชอบ |
| ใจของฉัน ฉันให้คนแบบนี้ให้ตั้งอยู่ในดวงใจของฉัน. |
| ลำดับนั้น นางจึงได้กล่าวคาถาที่ ๕ ที่ ๖ และที่ ๗ ด้วยตน |
| นั่นแหละว่า :- |
| คนมักโกรธ มักผูกโกรธ พูดส่อเสียด |
| ทำลายความสามัคคี มีวาจาเป็นเสี้ยนหนาม |
| หยาบคาย เขาเป็นที่รักใคร่ของดิฉันยิ่งกว่า |
| นั้นอีก. ชายผู้ไม่เข้าใจประโยชน์ของตนว่า |
| ทำวันนี้ พรุ่งนี้ ถูกตักเตือนอยู่ก็โกรธ ดูหมิ่น |
| ความดีของผู้อื่น. ชายผู้ที่ถูกความคะนองรบเร้า |
| พรากจากมิตรทั้งหมด เป็นที่รักใคร่ของดิฉัน |
| ดิฉันไม่มีความทุกข์ร้อนในเขา. |