๘๐๔    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๐๖
         สังขพราหมณ์โพธิสัตว์ได้เห็นดังนั้นแล้ว   ก็มีจิตเลื่อมใสยิ่งขึ้น
เดินไปสู่ท่าลงเรือ      เมื่อสังขพราหมณ์กำลังเดินทางอยู่กลางมหาสมุทร
พอถึงวันที่ ๗ เรือได้ทะลุ   น้ำไหลเข้า  ไม่มีใครสามารถจะวิดน้ำให้หมด
ได้.  หาชนกลัวต่อมรณภัย  ต่างก็พากันนมัสการเทวดาที่นับถือของตน ๆ
ร้องกันเซ็งแซ่.    พระมหาสัตว์กับอุปัฏฐากคือคนใช้คน   ๑      ทาสรีระ
ด้วยน้ำมัน       เคี้ยวจุรณน้ำตาลกรวดกับเนยใสพอแก่ความต้องการแล้ว
ให้อุปัฏฐากกินบ้าง    แล้วขึ้นบนยอดเสากระโดงกับอุปัฏฐาก    กำหนด
ทิศว่า   เมืองของเราอยู่ข้างทิศนี้    เมื่อจะเปลื้องตนจากอันตรายจากปลา
และเต่า  จึงโดดล่วงไปสิ้นที่ประมาณอุสภะ ๑       พร้อมกับอุปัฏฐากนั้น.
มหาชนพากันพินาศสิ้น   ส่วนพระมหาสัตว์กับอุปัฏฐากพยายามว่ายข้าม
มหาสมุทรไปได้  ๗ วัน   วันนั้นเป็นวันอุโบสถ   พระโพธิสัตว์ได้บ้วน
ปากด้วยน้ำเค็มแล้ว   รักษาอุโบสถ.
         ครั้งนั้น  นางเทพธิดาชื่อมณิเมขลา  ท้าวโลกบาลทั้ง ๔ ตั้งไว้ให้
พิทักษ์รักษาสมุทร    ด้วยคำสั่งว่า    ถ้าเรือมาแตกลง    มนุษย์ที่ถือไตร-
สรณคมน์ก็ดี  มีศีลสมบูรณ์ก็ดี  ปฏิบัติชอบในมารดาบิดาก็ดี  มาตกทุกข์
ในสมุทรนี้   ท่านพึงพิทักษ์รักษาเขาไว้. นางประมาทด้วยความเป็นใหญ่
ของตนเสีย ๗ วัน    พอถึงวันที่  ๗    นางตรวจดูสมุทร    ได้เห็นสังข-
พราหมณ์ประกอบด้วยศีลและอาจาระ   เกิดสังเวชจิตคิดว่า   พราหมณ์นี้
ตกทะเลมาได้  ๗ วันแล้ว    ถ้าพราหมณ์จักตายลง   เราคงได้รับครหาเป็น
หน้า ๘๐๕