๘๐๕    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๐๗
อันมาก    แล้วนางได้จัดถาดทองใบ ๑      ให้เต็มไปด้วยทิพยโภชนะอัน
มีรสเลิศต่าง ๆ    เหาะไป  ณ  ที่นั้นโดยเร็ว    ยืนอยู่บนอากาศตรงหน้า
สังขพราหมณ์   กล่าวว่า   ข้าแต่พราหมณ์   ท่านอดอาหารมา  ๗ วันแล้ว
จงบริโภคโภชนะทิพย์นี้เถิด.  สังขพราหมณ์แลดูนางเทพธิดา  แล้วกล่าว
ว่า   จงนำภัตของท่านหลีกไปเถิด  เรารักษาอุโบสถ. ลำดับนั้น  อุปัฏฐาก
อยู่ข้างหลังไม่เห็นเทวดาได้ฟังแต่เสียง จึงคิดว่า พราหมณ์นี้เป็นสุขุมาล-
ชาติโดยปกติ   มาถูกอดอาหารลำบากเข้า ๗ วัน  ชรอยจะบ่นเพ้อเพราะ
กลัวตาย   เราจักปลอบโยนเขา   คิดดังนี้แล้ว   จึงกล่าวคาถาที่  ๑  ว่า :-
                        ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์        ท่านก็เป็น
           พหูสูต  ได้ฟังธรรมมาแล้ว  ทั้งสมณพราหมณ์
           ทั้งหลาย  ท่านก็ได้เห็นมา  เหตุไรท่านจึงแสดง
           คำพร่ำเพ้อในขณะอันไม่สมควร    คนอันนอก
           จากข้าพเจ้า   ใครเล่าที่จะมาเจรจากับท่านได้ ?
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   สุตธมฺโมสิ   ความว่า   แม้ธรรม
ท่านก็ได้สดับมาแล้ว    ในสำนักของสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมทั้ง-
หลาย.    บทว่า   ทิฏฺ€า   ความว่า   ทั้งสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม
ทั้งหลาย  อันท่านผู้ถวายปัจจัยแก่สมณพราหมณ์แล้วนั้น    กระทำความ
ขวนขวายอยู่ก็ได้เห็นมาแล้ว    ท่านแม้เมื่อกระทำอยู่เห็นอยู่อย่างนี้     ก็
ยังไม่เห็นสมณพราหมณ์เหล่านั้นเลย.    บทว่า   อถกฺขเณ   ตัดบทเป็น
หน้า ๘๐๖