| อถ อกฺขเณ คือในขณะที่มิใช่โอกาสพูด เพราะไม่มีใคร ๆ ที่เจรจา |
| ด้วย. บทว่า ทสฺสยเส ความว่า ท่านเมื่อกล่าวว่า เรารักษาอุโบสถ |
| ชื่อว่าแสดงคำพร่ำเพ้อ. บทว่า ปฏิมนฺตโก ความว่า คนอื่นนอกจาก |
| ข้าพเจ้า ใครเล่าที่จะมาเจรจา คือที่จะมาให้ถ้อยคำกับท่านได้ เพราะ |
| เหตุไร ท่านจึงพร่ำเพ้ออย่างนี้. |
| สังขพราหมณ์ได้ฟังคำของอุปัฏฐากแล้ว จึงคิดว่า ชรอยเทวดา |
| นั้น จะไม่ปรากฏแก่เขา จึงกล่าวว่า แน่ะสหาย เรามิได้กลัวมรณภัย |
| ผู้อื่นที่มาเจรจากับเรามีอยู่ แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- |
| นางฟ้าหน้างาม รูปสวยเลิศ ประดับด้วย |
| เครื่องประดับทอง ยกถาดทองเต็มด้วยอาหาร |
| ทิพย์ มาร้องเชิญให้เราบริโภค นางเป็นผู้มี |
| ศรัทธาและปลื้มจิต เราตอบกะนางว่า ไม่ |
| บริโภค. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุพฺภา แปลว่า ผู้มีหน้างาม. |
| บทว่า สุภา ได้แก่ ผู้มีรูปร่างงามเลิศ น่าเลื่อมใส. บทว่า สุปฺปฏิ- |
| มุกฺกกมฺพู คือประดับด้วยเครื่องอลังการทอง. บทว่า ปคฺคยฺห คือ |
| ถาดภัตตาหารยกขึ้น. บทว่า สทฺธา วิตฺตา ได้แก่ มีศรัทธาด้วย |
| มีจิตยินดีด้วย. บาลีว่า สทฺธา วิตฺตํ ดังนี้ก็มี. ข้อนั้นมีความว่า บทว่า |