| คาถาเหล่านั้นควรให้พิศดารโดยนัยนี้เถิด. แต่ในที่นี้พึงทราบ |
| เนื้อความแต่โดยย่อ. บทว่า โกธโน ได้แก่เป็นผู้โกรธแม้ด้วยเหตุเพียง |
| เล็กน้อย. บทว่า อุปนาหี ได้แก่เก็บความผิดของผู้อื่นไว้ในใจแล้ว |
| ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่ให้มีประโยชน์แม้นานเท่านาน. บทว่า |
| ปิสุโณ ได้แก่เป็นผู้มีวาจาส่อเสียด บทว่า วเภทโก ได้แก่เป็นผู้ทำ |
| ฝ่ายมิตร แม้ด้วยเหตุเพียงเล็กน้อย. บทว่า กณฺกวาโจ ได้แก่เป็น |
| ผู้มีวาจาเป็นไปกับด้วยโทสะ. บทว่า ผรุโส ได้แก่เป็นผู้มีวาจาหยาบ |
| คาย. บทว่า กนฺตตโร ความว่า ชายนั้นเป็นที่ใคร่คือเป็นที่รักของ |
| ฉันมากกว่าชายแม้คนก่อน. บทว่า อชฺช สุเว ความว่า ชายใดไม่ |
| เข้าใจคือไม่รู้จักประโยชน์ของตนคือกิจการของตนอย่างนี้ว่า กิจการนี้ |
| ควรทำในวันนี้ กิจการนี้ควรทำพรุ่งนี้ กิจการนี้ควรทำในวันที่ ๓ |
| คือมะรืนเป็นต้น. บทว่า โอวชฺชมาโน ได้แก่ถูกกล่าวตักเตือนอยู่. |
| บทว่า เสยฺยโส อติมญฺติ ความว่า ดูหมิ่นคนที่ยิ่งกว่า คือบุคคล |
| ที่สูงสุดโดยชาติ โคตร ตระกูล ถิ่นที่อยู่และคุณคือศีลและอาจาระว่า |
| แกจะพอมือข้าหรือ ? บทว่า ทวปฺปลุทฺโธ ความว่า ถูกความคะนอง |
| ไม่ขาดระยะในกามคุณทั้งหลาย มีรูปเป็นต้น เล้าโลมแล้ว ครอบ |
| งำแล้ว ได้แก่ตกอยู่ในอำนาจกามคุณแล้ว. บทว่า ธํสติ ความว่า |
| เขากล่าวว่า แกจะทำอะไรฉันดังนี้เป็นต้น แล้วพลัดพรากคือเสื่อม |
| จากมิตรทั้งหมดทีเดียว. บทว่า อนามยา ความว่า ดิฉันคิดว่าบุคคล |
| ผู้ประกอบด้วยคุณธรรมเหล่านี้ จะเป็นผู้ไม่มีทุกข์ไม่มีโศก ได้เขาแล้ว |