๘๑๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๑๔
๘  อุสภะ   กว้าง  ๔ อุสภะ   ลึก  ๒  วา   มีเสากระโดง  ๓ เสา    แล้วไป
ด้วยแก้วอินทนิล     มีสายระโยงระยาง    แล้วไปด้วยทอง    มีรอกกว้าน
แล้วไป  ด้วยเงิน  มีหางเสือ แล้วไปด้วยทอง  เทวดาเอารัตนะ ๗ ประการ
มาบรรทุกเต็มเรือ    แล้วอุ้มพราหมณ์ขึ้นบนเรือที่ประดับแล้ว    แต่มิได้
เหลียวแลบุรุษอุปัฏฐากของพระโพธิสัตว์เลย    พราหมณ์ได้ให้ส่วนบุญ
ที่ตนได้การทำไว้แก่อุปัฏฐาก  อุปัฏฐากก็รับอนุโมทนา ทันใดนั้น เทวดา
ก็อุ้มอุปัฏฐากนั้นขึ้นเรือด้วย   ลำดับนั้น   เทวดาก็นำเรือไปสู่โมลินีนคร
ขนทรัพย์ขึ้นเรือนพราหมณ์  แล้วจึงไปยังที่อยู่ของตน.
         พระศาสดา   ผู้ตรัสรู้แล้ว   ได้ตรัสพระคาถานี้เป็นที่สุดว่า:-
                        นางเทพธิดานั้น      มีจิตชื่นชมโสมนัส
           ปราโมทย์    เนรมิตเรืออันงามวิจิตร    แล้วพา
           สังขพราหมณ์กับบุรุษคนใช้มาส่งถึงเมือง   อัน
           เป็นที่สำราญรื่นรมย์.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า  สา  ความว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
นางเทพธิดานั้น  ได้ฟังคำของพระโพธิสัตว์นั้น  ในท่ามกลางสมุทรนั้น
แล้ว   ประกอบด้วยปีติ  กล่าวคือมีจิตชื่นชม.   บทว่า   สุมนา   เป็นต้น
คือเป็นผู้มีใจงาม    เป็นผู้มีจิตร่าเริงแล้วด้วยปราโมทย์    เนรมิตเรืออัน
หน้า ๘๑๓