๘๑๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๑๙
          [๑๓๗๘]   ความโกรธย่อมเจริญขึ้นแก่ผู้ใด   ดุจไฟ
           เจริญขึ้นในกองหญ้าแลไม้ฉะนั้น        ยศของ
           บุคคลนั้นย่อมเสื่อมไป   เหมือนพระจันทร์ข้าง
           แรม  ฉะนั้น.
         [๑๓๗๙]   ความโกรธของผู้ใดสงบลงได้    ประดุจ
           ไฟที่ไม่มีเชื้อฉะนั้น        ยศของผู้นั้นย่อมเต็ม
           เปี่ยม  เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น   ฉะนั้น.
                            จบ   จุลลโพธิชาดกที่  ๕
อรรถกถาจุลลโพธิชาดกที่  ๕
         พระศาสดาเมื่อประทับ อยู่   ณ  พระวิหารเชตวัน      ทรงปรารภ
ภิกษุมักโกรธรูปหนึ่ง   ตรัสพระธรรมเทศนานี้    มีคำเริ่มต้นว่า  โย    เต
อิมํ   วิสาลกฺขึ   ดังนี้.
         ได้ยินว่า  ภิกษุรูปนั้นแม้บวชในพระพุทธศาสนา    ที่จะนำออก
จากทุกข์  ก็ไม่สามารถเพื่อจะข่มความโกรธได้  เป็นคนมักโกรธ  มากไป
ด้วยความเคียดแค้นเสมอ  เมื่อถูกกล่าวว่าเพียงเล็กน้อย  ก็ขุ่นแค้นโกรธ
มุ่งร้ายหมายขวัญ   ดังนี้แหละ    พระศาสดาทรงทราบว่า    ภิกษุรูปนั้น
มักโกรธ  จึงรับสั่งให้เรียกเธอมาแล้ว  ตรัสถามว่า  ดูก่อนภิกษุ  ได้ยินว่า
หน้า ๘๑๘