๘๒๐    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๒๒
ชนทั้งสองแม้เหล่านั้นนั่งให้กาลล่วงไป   ด้วยความสุขอันเกิดแต่บรรพชา
อยู่   ณ   ด้านหนึ่งของพระราชอุทยาน.      ลำดับนั้น       พระราชาเสด็จ
ประพาสพระราชอุทยาน ได้ทอดพระเนตรเห็นชนแม้ทั้งสองนั้นผู้นั่งอยู่
แล้ว   เมื่อทรงแลดูนางปริพพาชิกาผู้มีรูปร่างงามเลิศน่าเลื่อมใสยิ่ง   ก็มี
พระทัยปฏิพัทธ์     พระองค์ทรงสะท้านอยู่ด้วยอำนาจแห่งกิเลส    ทรง
พระดำริว่า    เราจักถามดูก่อน     นางปริพพาชิกานี้จะเป็นอะไรกันกับ
ดาบสนี้     แล้วเข้าไปหาพระโพธิสัตว์     ตรัสถามว่า     ข้าแต่บรรพชิต
นางปริพพาชิกานี้เป็นอะไรกันกับท่าน. พระดาบสตอบว่ามหาบพิตรไม่
ได้เป็นอะไรกัน   เป็นแต่บวชด้วยกันอย่างเดียว   ก็แต่ว่า   เมื่อครั้งเป็น
คฤหัสถ์    นางนี้ได้เป็นบาทบริจาริกาของอาตมภาพ    พระราชาได้ทรง
สดับดังนี้แล้ว  ทรงพระดำริว่า  นางนี้มิได้เป็นอะไรกันกับพระดาบสนั้น
แต่เป็นบาทบริจาริกาเมื่อครั้งเป็นคฤหัสถ์   ก็ถ้าเราจักพาเอานางนี้ไปด้วย
กำลังความเป็นใหญ่ไซร้     พระดาบสนี้จักทำอย่างไรหนอ     แลเราจัก
สอบถามดาบสนั้นดูก่อน  ดังนี้แล้ว จึงเข้าไปใกล้   กล่าวคาถาที่  ๑  ว่า :-
                        ดูก่อนพราหมณ์   ถ้าจะมีบุคคลมาพาเอา
           นางปริพพาชิกา    ผู้มีนัยน์ตากว้างงามน่ารัก  มี
           ใบหน้าอมยิ้ม   ของท่านไปด้วยกำลัง     ท่านจะ
           ทำอย่างไรเล่า ?
หน้า ๘๒๑