| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สํสิลหาสินึ ได้แก่ผู้มีใบหน้ายิ้ม |
| เล็กน้อย. บทว่า พลา คจฺเฉยฺย ได้แก่พาเอาไปด้วยพลการ. บทว่า |
| กึ นุ กยิราสิ ความว่า ดูก่อนพราหมณ์ ท่านจะทำอย่างไรแก่บุคคลนั้น. |
| ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ได้ฟังพระดำรัสของพระราชานั้นแล้ว |
| กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :- |
| ถ้าความโกรธ เกิดขึ้นแก่อาตมภาพแล้ว |
| ยังไม่เสื่อมคลายไป เมื่ออาตมภาพยังมีชีวิตอยู่ |
| ก็ยังไม่หาย อาตมภาพ จะห้ามมันเสียโดยพลัน |
| ทีเดียว ดังฝนห่าใหญ่ชำระล้างธุลี ฉะนั้น. |
| พึงทราบเนื้อความแห่งคำอันเป็นคาถานั้นดังนี้ :- |
| ข้าแต่มหาบพิตร ถ้าเมื่อใคร ๆ พานางนี้ไป ความโกรธพึงเกิด |
| ขึ้นแก่อาตมภาพในภายใน ความโกรธนั้นครั้นเกิดขึ้นแก่อาตมภาพใน |
| ภายในแล้ว ไม่พึงเสื่อมคลายไป จะไม่พึงเสื่อมคลายไป ตราบเท่าที่ |
| อาตมภาพยังมีชีวิตอยู่ อาตมาภาพก็จักไม่ให้ความโกรธนั้นตั้งอยู่ข้างใน |
| โดยการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนได้โดยที่แท้แล อาตมภาพจะข่มห้ามกัน |
| เสียด้วยเมตตาภาวนาโดยพลัน เหมือนเมล็ดฝนห่าใหญ่ ชำระล้างธุลี |
| ที่เกิดขึ้นแล้วโดยพลัน ฉะนั้น. |
| พระมหาสัตว์ได้บันลือสีหนาทอย่างนี้. ฝ่ายพระราชาแม้ได้ทรง |
| สดับถ้อยคำของพระมหาสัตว์แล้ว ก็ไม่อาจจะห้ามพระทัยของพระองค์ |