| ไฟที่ไม่มีเชื้อฉะนั้น ยศของผู้นั้นย่อมเต็ม |
| เปี่ยม เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ปสฺสติ คือ ย่อมไม่เห็นแม้ |
| กระทั่งประโยชน์ตน จะป่วยกล่าวไปใยถึงประโยชน์ผู้อื่น. บทว่า สาธุ |
| ปสฺสติ ได้แก่ ย่อมเห็นประโยชน์ทั้ง ๒ คือประโยชน์ตน ประโยชน์ |
| ผู้อื่นได้ดี. บทว่า ทุมฺเมธโคจโร คือ เป็นสถานที่รองรับของบุคคล |
| ผู้ไร้ปัญญาทั้งหลาย. บทว่า ทุกฺขเมสโน คือ อยากได้ทุกข์ใส่ตัว. |
| บทว่า สทตฺถํ ได้แก่ สิ่งที่เป็นประโยชน์ของตน คือความเจริญ |
| ทั้งโดยอรรถและโดยธรรม. บทว่า ปรกฺกเร ได้แก่ ทำประโยชน์ |
| ที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไพบูลย์ให้เป็นของคนอื่น ท่านทั้งหลายจงนำออกไป |
| อาตมภาพไม่ต้องการสิ่งนี้. |
| บทว่า ส ภีมเสโน ความว่า เขาประกอบด้วยเสนาคือกิเลสหมู่ |
| ใหญ่ที่จะให้ภัยเกิดขึ้น. บทว่า ปมทฺที คือ เพราะค่าที่ตนเป็นผู้มีเสนา |
| คือกิเลสหนา จึงเป็นผู้สามารถที่จะจับสัตว์ทั้งหลายแม้เป็นอันมากมา |
| ปราบปรามด้วยการกระทำให้อยู่ในอำนาจของตนได้. บทว่า น เม |
| อมุญฺจิตฺถ ความว่า ไม่ได้หลุดพ้นไปจากสำนักของอาตมภาพ อีกอย่าง |
| หนึ่ง ความว่า ไม่ตั้งอยู่ในหทัยของอาตมภาพ ดุจน้ำนมไม่ตั้งอยู่โดย |
| ความเป็นนมส้ม เพียงชั่วครู่ฉะนั้น ดังนี้ก็มี. |
| บทว่า กฏฺสฺมึ มตฺถมานสฺมึ ได้แก่ อัน บุคคลสีอยู่ด้วยไม้สีไฟ |