๘๒๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๒๙
           ไฟที่ไม่มีเชื้อฉะนั้น       ยศของผู้นั้นย่อมเต็ม
           เปี่ยม  เหมือนพระจันทร์ข้างขึ้น   ฉะนั้น.
         บรรดาบทเหล่านั้น  บทว่า  น    ปสฺสติ   คือ   ย่อมไม่เห็นแม้
กระทั่งประโยชน์ตน  จะป่วยกล่าวไปใยถึงประโยชน์ผู้อื่น.  บทว่า  สาธุ
ปสฺสติ   ได้แก่  ย่อมเห็นประโยชน์ทั้ง  ๒  คือประโยชน์ตน  ประโยชน์
ผู้อื่นได้ดี.   บทว่า   ทุมฺเมธโคจโร   คือ  เป็นสถานที่รองรับของบุคคล
ผู้ไร้ปัญญาทั้งหลาย.   บทว่า   ทุกฺขเมสโน   คือ    อยากได้ทุกข์ใส่ตัว.
         บทว่า สทตฺถํ ได้แก่  สิ่งที่เป็นประโยชน์ของตน คือความเจริญ
ทั้งโดยอรรถและโดยธรรม.       บทว่า   ปรกฺกเร   ได้แก่   ทำประโยชน์
ที่เกิดขึ้นแล้วอย่างไพบูลย์ให้เป็นของคนอื่น    ท่านทั้งหลายจงนำออกไป
อาตมภาพไม่ต้องการสิ่งนี้.
         บทว่า  ส  ภีมเสโน   ความว่า  เขาประกอบด้วยเสนาคือกิเลสหมู่
ใหญ่ที่จะให้ภัยเกิดขึ้น.  บทว่า  ปมทฺที  คือ เพราะค่าที่ตนเป็นผู้มีเสนา
คือกิเลสหนา       จึงเป็นผู้สามารถที่จะจับสัตว์ทั้งหลายแม้เป็นอันมากมา
ปราบปรามด้วยการกระทำให้อยู่ในอำนาจของตนได้.      บทว่า    น   เม
อมุญฺจิตฺถ  ความว่า ไม่ได้หลุดพ้นไปจากสำนักของอาตมภาพ   อีกอย่าง
หนึ่ง   ความว่า  ไม่ตั้งอยู่ในหทัยของอาตมภาพ    ดุจน้ำนมไม่ตั้งอยู่โดย
ความเป็นนมส้ม   เพียงชั่วครู่ฉะนั้น  ดังนี้ก็มี.
         บทว่า  กฏฺ€สฺมึ   มตฺถมานสฺมึ  ได้แก่ อัน บุคคลสีอยู่ด้วยไม้สีไฟ
หน้า ๘๒๘