| บาลีว่า มตฺถมานสฺมึ ดังนี้ ก็มี. บทว่า ยสฺมา ความว่า ไฟ |
| เกิดขึ้นแต่ไม้ใด ก็เผาไม้อันนั้นเอง. ไฟชื่อว่า คินิ. |
| บทว่า พาลสฺส อวิชานโต เท่ากับ พาลสฺส อวิชานนฺตสฺส |
| แปลว่า ผู้โง่เขลา ไม่รู้จริง. บทว่า สารมฺภา ชายเต ความว่า ความ |
| โกรธย่อมเกิดขึ้นแก่คนผู้ทำการฉุดมาฉุดไปว่า ฉันว่าท่านเพราะความ |
| แข็งดี อันมีเพราะทำให้เกินกว่าเหตุเป็นลักษณะ ดุจไฟป่าเกิดขึ้นเพราะ |
| การเสียดสีแห่งไม้สีไฟ ฉะนั้น. |
| บทว่า โสปิ เตเนว ความว่า แม้เขาคือคนพาล ก็ถูกความ |
| โกรธนั่นแหละเผาลน ดุจไม้ถูกไฟเผาอยู่ฉะนั้น. บาทคาถาว่า อนินฺโท |
| ธูมเกตุว แปลว่า ดุจไฟที่ไม่มีเธอฉะนั้น. บทว่า ตสฺส เป็นต้น ความว่า |
| ยศที่บุคคลผู้ประกอบด้วยอธิวาสนขันตินั้นได้แล้ว ย่อมเต็มเปี่ยมเหมือน |
| พระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น. |
| พระราชาทรงฟังธรรมกถาของพระมหาสัตว์แล้ว ทรงยินดีรับสั่ง |
| ให้อำมาตย์คนหนึ่งนำนางปริพพาชิกามา แล้วตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ |
| โดยที่ไม่มีความโกรธ ขอท่านทั้งสองจงดำรงอยู่ด้วยความสุข เกิดแต่ |
| บรรพชาอยู่ในพระราชอุทยานนี้เถิด ข้าพเจ้าจะช่วยพิทักษ์รักษาโดย |
| ชอบธรรมแก่ท่านทั้ง ๒ ครั้นแล้วได้ขอขมาโทษนมัสการแล้วเสด็จหลีก |
| ไป บรรพชิตทั้งสองนั้นได้ อยู่ ณ พระราชอุทยานนั่นเอง ต่อมานาง |
| ปริพพาชิกาถึงมรณภาพ พระโพธิสัตว์ เมื่อนางปริพพาชิกาถึงมรณภาพ |