๘๒๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๓๐
         บาลีว่า  มตฺถมานสฺมึ  ดังนี้   ก็มี.  บทว่า  ยสฺมา  ความว่า   ไฟ
เกิดขึ้นแต่ไม้ใด  ก็เผาไม้อันนั้นเอง.  ไฟชื่อว่า   คินิ.
         บทว่า   พาลสฺส    อวิชานโต   เท่ากับ   พาลสฺส    อวิชานนฺตสฺส
แปลว่า   ผู้โง่เขลา  ไม่รู้จริง.  บทว่า   สารมฺภา  ชายเต   ความว่า   ความ
โกรธย่อมเกิดขึ้นแก่คนผู้ทำการฉุดมาฉุดไปว่า     ฉันว่าท่านเพราะความ
แข็งดี  อันมีเพราะทำให้เกินกว่าเหตุเป็นลักษณะ  ดุจไฟป่าเกิดขึ้นเพราะ
การเสียดสีแห่งไม้สีไฟ  ฉะนั้น.
         บทว่า   โสปิ   เตเนว    ความว่า    แม้เขาคือคนพาล   ก็ถูกความ
โกรธนั่นแหละเผาลน   ดุจไม้ถูกไฟเผาอยู่ฉะนั้น. บาทคาถาว่า  อนินฺโท
ธูมเกตุว  แปลว่า  ดุจไฟที่ไม่มีเธอฉะนั้น. บทว่า  ตสฺส  เป็นต้น ความว่า
ยศที่บุคคลผู้ประกอบด้วยอธิวาสนขันตินั้นได้แล้ว  ย่อมเต็มเปี่ยมเหมือน
พระจันทร์ข้างขึ้น ฉะนั้น.
         พระราชาทรงฟังธรรมกถาของพระมหาสัตว์แล้ว ทรงยินดีรับสั่ง
ให้อำมาตย์คนหนึ่งนำนางปริพพาชิกามา  แล้วตรัสว่า  ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
โดยที่ไม่มีความโกรธ     ขอท่านทั้งสองจงดำรงอยู่ด้วยความสุข   เกิดแต่
บรรพชาอยู่ในพระราชอุทยานนี้เถิด       ข้าพเจ้าจะช่วยพิทักษ์รักษาโดย
ชอบธรรมแก่ท่านทั้ง   ๒  ครั้นแล้วได้ขอขมาโทษนมัสการแล้วเสด็จหลีก
ไป    บรรพชิตทั้งสองนั้นได้  อยู่  ณ  พระราชอุทยานนั่นเอง    ต่อมานาง
ปริพพาชิกาถึงมรณภาพ  พระโพธิสัตว์  เมื่อนางปริพพาชิกาถึงมรณภาพ
หน้า ๘๒๙