๘๒    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๔
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   เนตํ   ตุมฺเหสุ   ความว่า   ฉันเอง
ก็รู้ข้อนี้ว่า    การทำความรักอันใดของฉัน   มีการลบหลู่คุณท่านเป็นต้น
ฉันประกอบด้วยการทำความรักอันใดมีการลบหลู่คุณที่คุณเป็นต้น   แม้
ด้วยตนเอง   การทำความรักเป็นต้นนั้น  ไม่มีในท่านทั้งหลาย.    บทว่า
สนฺติ  โลเก   อลกฺขิกา     ความว่า   แต่คนเหล่าอื่นที่เป็นคนโง่   เป็นผู้
ไม่มีศีล    ไม่มีปัญญายังมีอยู่ในโลก.    บทว่า    สงฺฆรนฺติ     ความว่า
คนเหล่านั้นผู้ไม่มีศีล      แม้ปัญญาก็ไม่มี     รวบรวมทรัพย์ไว้มากมาย
คือเก็บกำไว้เป็นกลุ่มก้อน   ด้วยเหตุเหล่านี้  มีการลบหลู่คุณท่านเป็นต้น.
บทว่า   อุโภ  นํ  ความว่า  แต่เราทั้ง  ๒  คน   คือทั้งตัวฉันและเทพบุตร
ชื่อว่า  เทพผู้เป็นพี่ชายของฉันนั่นเอง   รวมหัวกันผลาญทรัพย์นั้นที่คน
เหล่านั้นรวบรวมเก็บไว้.  อนึ่ง เทพธิดานั้นกล่าวว่า ในเทวโลกพวกฉัน
ก็มีเครื่องบริโภคที่เป็นทิพย์อยู่มาก      ท่านจะให้ที่นอนทิพย์หรือไม่ให้
ก็ตาม   ท่านจะมีประโยชน์อะไรเล่าสำหรับฉัน   ดังนี้แล้วหลีกไป.
         ในเวลาที่กาลกรรณีเทพธิดานั้นหลีกไปแล้ว    สิริเทพธิดามีของ
หอมและเครื่องประเทืองผิวสีเหมือนทองคำ       มีเครื่องตกแต่งทองคำ
มาแล้วเปล่งรัศมีสีเหลืองที่ประตูซึ่งสถิตอยู่ใกล้ ๆ    มีความเคารพได้ยืน
เอาเท้าที่เสมอกันวางบนพื้นดินที่เสมอกัน.    พระมหาสัตว์ครั้นเห็นนาง
แล้ว   จึงได้กล่าวคาถาที่  ๑  ว่า :-
                        ใครหนอมีผิวพรรณเป็นทิพย์    ยืนเรียบ
หน้า ๘๓