| พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่าเธอกระสัน |
| จริงหรือ ? เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า ดังนี้ จึงตรัสว่า ดูก่อน |
| ภิกษุ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น โบราณกบัณฑิตได้บวชในลัทธิ |
| นอกพุทธศาสนา ไม่มีความยินดี ยังประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้กว่า |
| ๕๐ ปี ไม่แสดงความที่ตนกระสันให้ปรากฏแก่ใคร ๆ เพราะกลัวหิริ- |
| โอตตัปปะจะทำลายเธอบวชในศาสนาที่จะนำออกจากทุกข์เห็นปานนี้ ตั้ง |
| อยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นครูเช่นเรา เหตุไรจึงทำความ |
| กระสันให้ปรากฏในท่ามกลางบริษัท ๔ เหตุไรจึงไม่รักษาหิริโอตตัปปะ |
| ของตนไว้ แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :- |
| ในอดีตกาล พระราชาทรงพระนามว่า โกสัมพิกะ ครองราช- |
| สมบัติอยู่ในพระนครโกสัมพีแคว้นวังสะ ครั้งนั้น นิคมแห่งหนึ่ง |
| มีพราหมณ์สองคนมีสมบัติคนละ ๘๐ โกฏิ เป็นสหายรักกันเห็นโทษ |
| ในกามคุณให้ทานเป็นการใหญ่ แล้วทั้ง ๒ ก็ละกาม ทั้ง ๆ ที่มหาชน |
| กำลังร้องไห้คร่ำครวญอยู่ ได้ออกไปสร้างอาศรมบวชอยู่ในถิ่นหิมพานต์ |
| เที่ยวแสวงหาเผือกมันผลไม้เลี้ยงชีพอยู่ ๕ ปี ยังไม่สามารถทำฌานให้ |
| เกิดขึ้นได้ ครั้นล่วงไป ๕๐ ปี เพื่อต้องการจะเสพรสเค็มรสเปรี้ยว |
| จึงเที่ยวไปตามชนบทถึงแคว้นกาสี. ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นกาสี |
| นั้น ท่านทีปายนดาบสมีสหายคฤหัสถ์อยู่คนหนึ่ง ชื่อมัณฑัพยะ ทั้งสอง |
| ดาบสได้ไปเยี่ยมเขา เขาเห็นสองดาบสนั้นแล้วก็มีความยินดี สร้าง |
| บรรณศาลาถวายแล้วบำรุงด้วยปัจจัย ๔ สองดาบสอยู่ที่นั้น ๓ , ๔ |