๘๓๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๔๑
                        เราเป็นผู้มีความต้องการบุญ       ได้มีจิต
           เลื่อมใสประพฤติพรหมจรรย์อยู่เพียง   ๗    วัน
           เท่านั้น  ต่อจากนั้นมา  แม้เราจะไม่มีความใคร่
           บรรพชา  ก็ทานประพฤติพรหมจรรย์ของเราอยู่
           รู้ถึง  ๕๐  กว่าปี  ด้วยความสัตย์อันนี้  ขอความ
           สวัสดีจงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร   พิษจงคลายออก
           ยัญญทัตตกุมารจงรอดชีวิตเถิด.
         บรรดาบทเหล่านั้น     บทว่า     อถาปรํ     ยํ     จริตํ    ความว่า
เพราะฉะนั้น ต่อจาก  ๗ วันนั้นมาแม้เราจะได้มีความใคร่  ก็ทนประพฤติ
พรหมจรรย์ของเราอยู่ได้.    บทว่า   อากามโก   วาปิ    คือไม่ปรารถนา
บรรพชาเลย.   บทว่า    เอเตน   สจฺเจน   สุวตฺถิ  โหตุ   ความว่า    ถ้าว่า
ความที่แห่งใคร ๆ   เป็นผู้อันเราผู้ทนอยู่ด้วยความไม่พอใจถึง ๕๐ กว่าปี
ไม่บอกแล้วเป็นสัจจะไซร้     ด้วยความสัตย์นั้น    ขอความสวัสดีจงมีแก่
ยัญญทัตตกุมาร  ขอยัญญทัตตกุมารจงกลับได้ชีวิตเถิด.
         พร้อมกับสัจกิริยา  พิษในกายตอนบนของยัญญทัตตกุมารก็ตกเข้า
แผ่นดินหมด กุมารลืมนัยน์ตาขึ้นดูมารดาบิดาเรียกว่า แม่ แล้วพลิกนอน.
ลำดับนั้น   กัณหทีปายนดาบสจึงกล่าวกะบิดาของกุมารนั้นว่า  กำลังของ
เรา    เราทำได้เท่านั้น      ท่านจงทำกำลังของตนบ้างเถิด      เขากล่าวว่า
หน้า ๘๔๐