| เราเป็นผู้มีความต้องการบุญ ได้มีจิต |
| เลื่อมใสประพฤติพรหมจรรย์อยู่เพียง ๗ วัน |
| เท่านั้น ต่อจากนั้นมา แม้เราจะไม่มีความใคร่ |
| บรรพชา ก็ทานประพฤติพรหมจรรย์ของเราอยู่ |
| รู้ถึง ๕๐ กว่าปี ด้วยความสัตย์อันนี้ ขอความ |
| สวัสดีจงมีแก่ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลายออก |
| ยัญญทัตตกุมารจงรอดชีวิตเถิด. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อถาปรํ ยํ จริตํ ความว่า |
| เพราะฉะนั้น ต่อจาก ๗ วันนั้นมาแม้เราจะได้มีความใคร่ ก็ทนประพฤติ |
| พรหมจรรย์ของเราอยู่ได้. บทว่า อากามโก วาปิ คือไม่ปรารถนา |
| บรรพชาเลย. บทว่า เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ ความว่า ถ้าว่า |
| ความที่แห่งใคร ๆ เป็นผู้อันเราผู้ทนอยู่ด้วยความไม่พอใจถึง ๕๐ กว่าปี |
| ไม่บอกแล้วเป็นสัจจะไซร้ ด้วยความสัตย์นั้น ขอความสวัสดีจงมีแก่ |
| ยัญญทัตตกุมาร ขอยัญญทัตตกุมารจงกลับได้ชีวิตเถิด. |
| พร้อมกับสัจกิริยา พิษในกายตอนบนของยัญญทัตตกุมารก็ตกเข้า |
| แผ่นดินหมด กุมารลืมนัยน์ตาขึ้นดูมารดาบิดาเรียกว่า แม่ แล้วพลิกนอน. |
| ลำดับนั้น กัณหทีปายนดาบสจึงกล่าวกะบิดาของกุมารนั้นว่า กำลังของ |
| เรา เราทำได้เท่านั้น ท่านจงทำกำลังของตนบ้างเถิด เขากล่าวว่า |