| เมื่อบิดาทำสัจกิริยาอย่างนี้แล้ว พิษในกายตอนเหนือสะเอวก็ตก |
| เข้าแผ่นดิน กุมารลุกขึ้นนั่งได้แต่ยังยืนไม่ได้ ลำดับนั้น บิดาได้กล่าว |
| กะมารดาของกุมารนั้นว่า ที่รัก เราได้ทำกำลังของเราแล้ว ทีนี้เจ้าจง |
| ทำสัจกิริยาให้บุตรลุกขึ้นเดินได้ มารดากล่าวว่า ข้าแต่นายความสัตย์ของ |
| ฉันก็มีอยู่อย่างหนึ่งแต่ไม่อาจกล่าวต่อหน้านาย บิดากล่าวว่า อย่างไร ๆ |
| ก็กล่าวไปเถอะที่รัก จงทำบุตรของเราให้หายโรค นางรับคำว่า ดีแล้ว |
| เมื่อกระทำสัจกิริยา จึงได้กล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :- |
| ลูกรัก อสรพิษที่ออกจากโพรงกัดเจ้า |
| นั้นมีเดชมาก ไม่เป็นที่รักของแม่ในวันนี้เลย |
| อสรพิษนั้นกับบิดาของเจ้า ไม่แปลกกันเลย |
| ด้วยความสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงมีแก่ |
| ยัญญทัตตกุมาร พิษจงคลายออก ยัญญทัตต |
| กุมารจงรอดชีวิตเถิด. |
| มารดาร้องเรียกบุตรว่า ตาต ในคาถานั้น. |
| บทว่า ปหูตเตโช คือมีพิษกล้า. บทว่า พิฬารา คือจากช่อง. |
| อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. บทว่า อุทฺธจฺจ คือออกแล้ว |
| อธิบายว่า เลื้อยขึ้นมาจากโพรงจอมปลวก. บทว่า ปิตรญฺจ เต คือ |
| ในบิดาของเจ้าถึงในอรรถกถา บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. |