| ย่อมไม่มีก็ท่านเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นผู้สงบเพราะระงับกิเลสด้วย |
| ฌานภาวนา ชื่อว่าเป็นผู้ฝึกแล้ว เพราะฝึกจักษุทวารเป็นต้นให้พ้นจาก |
| พยศหมดพิษ ยินดียิ่งแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้ ท่านทีปายนะ |
| ผู้เจริญ ก็ท่านเกลียดชังความชั่วเพราะเหตุอะไร จึงสู้ฝืนใจประพฤติ- |
| พรหมจรรย์อยู่ได้ ทำไมจึงไม่สึกมาครองเรือนเล่า ? |
| เมื่อพระดาบสจะบอกเรื่องราวแก่เขา จึงได้กล่าวคาถาที่ ๕ ว่า :- |
| บุคคลออกบวชด้วยศรัทธาแล้ว กลับเข้า |
| บ้านอีก เป็นคนเหลวไหล เป็นคนกลับกลอก |
| เราเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ จึงสู้ฝืนใจประพฤติ |
| พรหมจรรย์อยู่นี้เป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญ |
| และเป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลาย เราเป็นผู้ |
| กระทำบุญด้วยประการฉะนี้. |
| บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งคำเป็นคาถานั้นว่า :- |
| เราเกลียดถ้อยคำเช่นนี้ว่า บุคคลเชื่อกรรมอันคำและผลแห่ง |
| กรรม ละสมบัติเป็นอันมากออกบวชแล้วกลับมาเพื่อสิ่งที่ตนละอีก บุคคล |
| นี้นั้นเป็นคนเหลวไหลหนอ เป็นคนกลับกลอกเหมือนเด็กชาวบ้านหนอ |
| แม้จะไม่ปรารถนาเพราะกลัวหิริและโอตตัปปะของตนจะทำลาย ก็ต้อง |
| ทนประพฤติพรหมจรรย์ไป ก็ธรรมดาว่าบรรพชาและบุญนั้นแม้นิด |