๘๔๓    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๔๕
ย่อมไม่มีก็ท่านเหล่านั้นทั้งหมด   ชื่อว่าเป็นผู้สงบเพราะระงับกิเลสด้วย
ฌานภาวนา  ชื่อว่าเป็นผู้ฝึกแล้ว  เพราะฝึกจักษุทวารเป็นต้นให้พ้นจาก
พยศหมดพิษ  ยินดียิ่งแล้วจึงประพฤติพรหมจรรย์อยู่ได้  ท่านทีปายนะ
ผู้เจริญ   ก็ท่านเกลียดชังความชั่วเพราะเหตุอะไร   จึงสู้ฝืนใจประพฤติ-
พรหมจรรย์อยู่ได้   ทำไมจึงไม่สึกมาครองเรือนเล่า ?
         เมื่อพระดาบสจะบอกเรื่องราวแก่เขา  จึงได้กล่าวคาถาที่ ๕ ว่า :-
                        บุคคลออกบวชด้วยศรัทธาแล้ว  กลับเข้า
           บ้านอีก เป็นคนเหลวไหล  เป็นคนกลับกลอก
           เราเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ จึงสู้ฝืนใจประพฤติ
           พรหมจรรย์อยู่นี้เป็นฐานะที่วิญญูชนสรรเสริญ
           และเป็นฐานะของสัตบุรุษทั้งหลาย    เราเป็นผู้
           กระทำบุญด้วยประการฉะนี้.
         บัณฑิตพึงทราบเนื้อความแห่งคำเป็นคาถานั้นว่า :-
         เราเกลียดถ้อยคำเช่นนี้ว่า         บุคคลเชื่อกรรมอันคำและผลแห่ง
กรรม ละสมบัติเป็นอันมากออกบวชแล้วกลับมาเพื่อสิ่งที่ตนละอีก บุคคล
นี้นั้นเป็นคนเหลวไหลหนอ เป็นคนกลับกลอกเหมือนเด็กชาวบ้านหนอ
แม้จะไม่ปรารถนาเพราะกลัวหิริและโอตตัปปะของตนจะทำลาย  ก็ต้อง
ทนประพฤติพรหมจรรย์ไป       ก็ธรรมดาว่าบรรพชาและบุญนั้นแม้นิด
หน้า ๘๔๔