| ว่า ขออย่าให้เป็นคนตัดธรรมเนียมของตระกูล |
| ในภายหลังเลย ดิฉันเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ |
| แม้จะไม่มีความพอใจก็ปฏิบัติท่านได้. |
| บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อารา ทูเร เป็นไวพจน์ของ |
| กันและกัน นางเมื่อจะแสดงธรรมเนียมนั้นว่า นานมาก จึงกล่าว |
| อย่างนี้. ศัพท์ว่า อิธ เป็นเพียงนิบาต ความว่า ในกาลไหน ๆ ก็ไม่มี |
| บทว่า ปรํปรา คือที่เปลี่ยนผู้ชายบ่อย ๆ. |
| ข้อนี้มีอรรถกถาธิบายว่า นาย ตั้งแต่ไหนแต่ไรนานมาแล้ว |
| จนกระทั่งถึง ๗ ชั่วตระกูล อันภรรยาที่มีสามีบ่อย ๆ มิได้มีในตระกูล |
| แห่งญาติของดิฉันเลย แม้หญิงบางคนจะทั้งกะสามีแล้วก็ไม่เคยที่จะคว้า |
| เอาชายอื่นมาเป็นสามีเลย. บทว่า ตํ กูลวตฺตํ ดิฉันเมื่อจะอนุวัตร |
| ตามธรรมเนียมของตระกูล คือตามประเพณีของตระกูลนั้น กำหนดใจ |
| ไว้ว่า ขอเราอย่าพึงเป็นหญิงกลับกลอกคนสุดท้ายในตระกูลของตนเถิด |
| เกลียดวาทะว่า เป็นหญิงตัดธรรมเนียมของตระกูลคนสุดท้ายในตระกูล |
| นั้น แม้จะไม่มีความพอใจก็ปฏิบัติ ท่านได้ คือเป็นผู้ทำความขวนขวาย |
| เป็นผู้บำเรอใกล้เท้าท่านได้. |
| ครั้นนางได้กล่าวอย่างนี้แล้ว จึงคิดว่าความลับที่ไม่ควรจะกล่าว |
| ต่อหน้าสามี เราได้กล่าวแล้วเขาคงโกรธเรา เราจะขอโทษเขา ต่อหน้า |