๘๔๙    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๕๑
กรรมนั้นเป็นการไม่สมควร   แต่นี้ไปท่านจงเชื่อกรรมและผลแห่งกรรม
ให้ทานเถิด      นายมัณฑัพยะรับคำว่า   ดีแล้ว    แล้วกล่าวกะพระดาบส
โพธิสัตว์ว่า   ท่านผู้เจริญ  ท่านดำรงอยู่ในความเป็นทักขิไณยบุคคลของ
ข้าพเจ้าไม่มีความยินดี   ประพฤติพรหมจรรย์เป็นการไม่สมควร    ตั้งแต่
นี้ไปขอท่านจงทำจิตให้เลื่อมใส   มีจิตบริสุทธิ์   ยินดีในฌาน  ประพฤติ
พรหมจรรย์โดยลักษณะที่ข้าพเจ้าทำสักการะแก่ท่านในบัดนี้แล้ว   จะได้
รับผลมากเถิด  แล้วสองสามีภรรยาก็นมัสการพระมหาสัตว์  แล้วลุกจาก
อาสนะไป   ตั้งแต่นั้นมาภรรยาก็มีความเสน่หาในสามีเป็นอย่างดี   นาย
มัณฑัพยะก็มีจิตเลื่อมใสถวายทานด้วยศรัทธา    พระโพธิสัตว์ก็บรรเทา
ความเบื่อหน่ายเสียได้ ทำฌานและอภิญญา ให้เกิดแล้วเป็นสิ่งมีพรหมโลก
เป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
           พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว     ทรง-
ประกาศสัจธรรมเวลาจบสัจจะ     ภิกษุผู้กระสัน   ได้ดำรงอยู่ในโสดา-
ปัตติผล พระทศพลทรงประชุมชาดกว่า นายมัณฑัพยะในครั้งนั้น ได้มา
เป็นพระอานนท์ในบัดนี้     ภรรยาในครั้งนั้น    ได้มาเป็นนางวิสาขาใน
บัดนี้     บุตรในครั้งนั้น   ได้มาเป็นพระราหุลในบัดนี้   อาณิมัณฑัพยะ
ดาบส   ได้มาเป็นพระสารีบุตรในบัดนี้    ส่วนกัณหทีปายนดาบสในครั้ง
นั้น   คือเราตถาคต   ฉะนั้นแล.
                           จบ  อรรถกถากัณหทีปายชาดกที่  ๖
หน้า ๘๕๐