๘๕๗    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๕๙
ชนกชาดก  บุศยราชรถไปถึงพระราชอุทยานก็หันกลับหยุดอยู่ ประหนึ่ง
ว่าเตรียมการคอยท่าให้คนขึ้น  ปุโรหิตคิดว่า  สัตว์ผู้มีบุญคงจะมีในพระ
ราชอุทยาน   จึงเข้าพระราชอุทยาน    เห็นกุมารเข้าก็เลิกผ้าปลายเท้าขึ้น
พิจารณาลายลักษณ์ที่เท้าทั้งสอง  ก็ทราบชัดว่า  ราชสมบัติเมืองพาราณสี
ยังคงดำรงอยู่ต่อไป    กุมารนี้สมควรเป็นราชาธิราชใหญ่ยิ่งทั่วชมพูทวีป
จึงสั่งให้ประโคมขึ้น.
         นิโครธกุมารตื่นขึ้น    เลิกผ้าคลุมหน้าออก    แลเห็นคนประชุม
กันมาก  พลิกกลับมานอน  ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปอีกหน่อยหนึ่ง  แล้ว
ลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนแผ่นศิลา     ลำดับนั้น     ปุโรหิตคุกเข่าลงกล่าวกะ
นิโครธกุมารนั้นว่า  ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพราชสมบัติถึงแก่พระองค์
แล้ว   เมื่อนิโครธกุมารกล่าวว่า  ดีแล้ว  ก็จัดราชพิธีให้นั่งเหนือกองแก้ว
ณ ที่นั้น     แล้วอภิเษกตามราชประเพณี     นิโครธกุมารนั้นครองราช
สมบัติแล้ว    พระราชทานตำแหน่งเสนาบดีแก่ราชกุมาร  แล้วเสด็จเข้า
พระนครด้วยสักการะใหญ่   แม้โปติกะก็ตามเสด็จเข้าไปด้วย    จำเดิมแต่
นั้นมา  พระมหาสัตว์ได้ครองราชสมบัติในนครพาราณสีโดยธรรม  วัน
หนึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงมารดาบิดา    จึงกล่าวกะสาขะว่า     แน่ะเพื่อน
เราไม่อาจอยู่โดยปราศจากมารดาบิดาได้     ท่านพร้อมด้วยบริวารใหญ่จง
ไปหามารดาบิดาของเรามา.    สาขเสนาบดีทูลปฏิเสธว่า   ข้าพระองค์ไม่มี
กิจที่จะต้องไปในที่นั้น   ต่อจากนั้นพระราชารับสั่งโปติกะให้ไปรับ โปติก-
กุมารรับพระราชบัญชาว่า  ได้พระเจ้าข้า   แล้วก็ไป ณ ที่นั้น   เข้าไปหา
หน้า ๘๕๘