๘๕๘    ๕๙.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๕    ๘๖๐
พระชนกชนนีของพระเจ้านิโครธราช   แจ้งว่า    นิโครธกุมารบุตรของ
ท่านได้ราชสมบัติแล้ว   มาเถิดท่านเราจักไป ณ ที่นั้น  พระชนกชนนีจึง
ห้ามว่า อย่าให้เราไปเลยสมบัติของเราก็มีอยู่แล้ว. โปติกกุมารจึงมาบอก
มารดาบิดาของสาขเสนาบดี     ท่านทั้งสองนั้นก็ไม่ยอมไป    จึงได้มาหา
มารดาบิดาของตน   อ้อนวอนจะให้ไปอยู่ด้วย   ท่านทั้งสองนั้นก็ห้ามเสีย
ว่า  ลูกรัก   เราจักขอเป็นอยู่ด้วยทำการชุนเช่นนี้    อย่าให้เราต้องไปเลย
โปติกะกุมารครั้นไม่ได้มารดาบิดาไปแล้ว ก็กลับมายังเมืองพาราณสี คิดว่า
จะไปพักที่เรือนของเสนาบดีให้หายเหนื่อย    แล้วจึงจะเข้าเฝ้าพระเจ้านิ-
โครธราชต่อภายหลัง   จึงไปที่ประตูเรือนเสนาบดี  กล่าวกะนายประตูว่า
จงไปบอกท่านเสนาบดีว่า     นายโปติกะสหายของท่านมาหานายประตูได้
ทำตามนั้น.
         ฝ่ายสาขเสนาบดีผูกเวรในโปติกุมารว่า     โปติกะนี้ไม่ให้ราช-
สมบัติแก่เรา   ไปให้แก่นิโครธกุมารผู้สหายเสีย    พอสาขเสนาบดีได้ฟัง
คำนั้นเท่านั้นก็โกรธออกมาว่าว่า   ใครเป็นสหายของไอ้คนนี้     มันเป็น
คนบ้า   ลูกอีทาสี   จงจับมันไปแล้วให้บ่าวใช้มือเท้าศอกเข่าทุบถองจับคอ
ใสออกไป  โปติกกุมารนั้นคิดว่า  ไอ้สาขะมันได้ตำแหน่งเสนาบดีก็เพราะ
เรามันยังอกตัญญูประทุษร้ายมิตร     ให้คนทุบถองขับไล่เรา     แต่ท่าน
นิโครธเป็นบัณฑิตกตัญญู   เป็นสัตบุรุษ   เราจักไปเฝ้าท่าน   แล้วไปยัง
ประตูพระราชวัง    ให้นายประตูเข้าไปกราบทูลแด่พระราชาว่า     นัยว่า
พระสหายของพระองค์ชื่อว่าโปติกะมาเฝ้าอยู่ที่ประตู    พระราชารับสั่งให้
เข้ามา   ครั้นทอดพระเนตรเห็นนายโปติกะมา    ก็เสด็จลุกจากพระราช-
หน้า ๘๕๙